พล.ต.วรเวช วนมงคล ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหารบก กล่าวถึงการรับตัวคนไทย ที่ถูกจับกุมบนตึก F13 ชั้นฝั่งปอยเปต จำนวนกว่า 635 คนว่า การส่งกลับคนไทย ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement โดยใช้กลไกทางการทูตทางทหาร เชิงประสานสอดคล้อง ซึ่งเกิดจากความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน และหลายภาคส่วน เช่น กองทัพบก, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์ให้บรรยากาศในพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวกับเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่เหมาะสม
ซึ่งวันนี้เวลา 18.50 นาฬิกา คนไทยที่ถูกจับกุมจากการกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ออนไลน์ ได้เดินทางผ่านจุดผ่านแดนคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ครบแล้วจำนวน 635 ราย
ด้าน พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า ทุกครั้งที่มีการส่งคนไทยกลับมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับทีมสหวิชาชีพ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สนธิกำลัง ร่วมกันคัดกรองคนไทยที่อาจเป็นเหยื่อ หรือตั้งใจเข้าไปกระทำการผิดกฎหมาย พร้อมยอมรับว่า ปัญหาชายแดนเรื้อรังมากกว่า 2 ปีแล้ว จึงอยากประชาสัมพันธ์ไปยังคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงาน ในฝั่งกัมพูชา หากมีโอกาสให้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังสถาน เอกอัครราชทูตไทย หรือ NGOs
โดยกลุ่มคนไทยตั้งใจไปทำงานสแกมเมอร์ ตำรวจจะดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ซึ่งเบื้องต้นพบว่า 635คน มีประวัติก่ออาชญากรรม 1 คน และมี 6 คนที่มีประวัติถูกแจ้งความออนไลน์
ทั้ง 635 คน มาจากตึกเดียวกัน ซึ่งทั้งตึกทำเรื่องกาสิโน หรือสแกมเมอร์ พล.ต.ต. ฐิตวัฒน์ กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้ง 2 อย่าง แต่หากเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้า
ส่วนคำถามทั้ง 72 คำถาม ที่ใช้คัดกรองคนไทยทั้งหมด ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่เมื่อเห็นว่า ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ มีความรุนแรงขึ้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีการปรับรูปแบบคัดกรอง ทั้งผู้ที่เข้าไปทำงานเรื่องของเว็บพนัน และสแกมเมอร์ ให้มีความแตกต่างกัน ในขณะที่เรื่องทางเพศ ก็จะมีคำถามคัดกรองอีกรูปแบบหนึ่ง
เชื่อว่ายังมีคนไทยอีกพอสมควรที่อยู่ในประเทศกัมพูชา และยังไม่ได้กลับมา ซึ่งก่อนหน้านี้หน่วยงานความมั่นคง ได้ประเมินว่า มีคนไทยติดค้างอยู่ที่ 8,000-9,000 คน ซึ่งยอมรับว่า เป็นกลุ่มเดียวกันกับ 635คนที่เดินทางมาในวันนี้ ซึ่งเชื่อว่า ตัวเลขคนไทยที่ยังติดค้างอยู่ในกัมพูชาใกล้เคียง 10,000 คน
#คนไทยตกค้างในกัมพูชา
ข่าวทั้งหมด