คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด มีมติ 8-4 ในการคงดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันนี้ (29 เม.ย.) ตามการคาดการณ์ของตลาด ทั้งนี้ เฟดคงอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันในวันนี้ หลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งติดต่อกันในปี 2568 โดยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย., ต.ค. และธ.ค.
สมาชิก FOMC จำนวน 8 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ ขณะที่ 4 รายลงมติไม่เห็นด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ ครั้งล่าสุดที่สมาชิก FOMC มีความเห็นไม่ตรงกับเสียงส่วนใหญ่มากถึง 4 ราย เกิดขึ้นในเดือนต.ค.2535
สำหรับในการประชุมครั้งนี้ นายสตีเฟน มิแรน ลงมติให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่อีก 3 ราย ได้แก่ นางเบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ นายนีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิส และนางลอรี โลแกน ประธานเฟดสาขาดัลลัส สนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายในแถลงการณ์ของเฟด
โดยประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงคือข้อความที่ว่า "ในการพิจารณาขนาดและช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมต่อกรอบเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ยเฟด คณะกรรมการจะประเมินข้อมูลที่เข้ามา, แนวโน้มที่เปลี่ยนแปลง และดุลความเสี่ยงอย่างรอบคอบ" ซึ่งข้อความดังกล่าวบ่งชี้ว่า การเคลื่อนไหวครั้งถัดไปของเฟดมีแนวโน้มที่จะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากมีการใช้คำว่า "เพิ่มเติม" ซึ่งสะท้อนว่าการดำเนินนโยบายล่าสุดคือการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
นางแฮมแมค นายแคชแครี และนางโลแกน รวมทั้งเจ้าหน้าที่เฟดอีกหลายคน ได้เตือนถึงความเสี่ยงของเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยราคาที่เพิ่มขึ้นมักนำไปสู่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ขณะที่เฟดมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568
ข่าวทั้งหมด