นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 พ.ค. นี้ เตรียมลงพื้นที่จังหวัดชุมพร (อ.หลังสวน-พะโต๊ะ) และจังหวัดระนอง เพื่อสำรวจแนวเส้นทางเชื่อมโยงท่าเรือ 2 ฝั่ง และรับฟังความคิดเห็นจากผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าแลนด์บริดจ์ และจะพยายามให้กระทบระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ที่ยอมรับว่า จะหายไปบ้างแต่ก็แลกมากับผลประโยชน์รายได้ที่จะเข้ามาในอนาคต
ทั้งนี้ คาดว่าจะเสนอครม.อนุมัติ พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ. SEC ได้ในไตรมาส 3 ปีนี้ และจะผลักดันกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสภาและมั่นใจว่าจะผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลที่มีเกิน 250 เสียง โดยคาดว่าจะได้ผู้ลงทุนและเริ่มเดินหน้าก่อสร้างได้ภายในปี 2573
โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) เป็นเป้าหมายสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาเพื่อเชื่อมการขนส่งระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก โดยผลศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ยืนยันว่า โครงการมีความคุ้มค่า และเป็นโอกาสของไทย
สำหรับกรณีมีกระแสคัดค้านโครงการดังกล่าว นายพิพัฒน์ ยืนยันว่า ไม่กังวลและมองว่าเป็นเรื่องปกติของโครงการขนาดใหญ่พร้อมขอให้ทุกฝ่ายยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ดังนั้น หากพูดกันเรื่องผลประโยชน์ก็ต้องมองว่าผลประโยชน์ของคนในพื้นที่มากกว่า หรือของคนที่มาจากนอกพื้นที่ได้ประโยชน์มากกว่า เราก็ต้องฟัดกันแบบตรงไปตรงมา เพราะผมไม่เคยสนใจและไม่กลัวกับใครที่จะมาบอกว่า ผมคือ ตัวล่อเป้า เพราะพวกต่อต้านเป็นใครมาจากไหน เรารู้กัน คำพูดผมอาจจะแรงแต่เรามองที่ผลประโยชน์ประเทศและประชาชนในพื้นที่"
ข่าวทั้งหมด