องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) เรียกร้องให้มีการสอบสวนการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่อศูนย์กักกันผู้อพยพในเยเมนว่าเป็นอาชญากรรมสงครามหรือไม่
ในรายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า การโจมตีเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 มีเป้าหมายชัดเจนคือศูนย์กักกันในเมืองซาอะดา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยเมน ส่งผลให้ผู้ถูกกักกันเสียชีวิต 68 คน และบาดเจ็บ 47 คน
ศูนย์กักกันแห่งนี้เปิดดำเนินการมานานหลายปีแล้ว เป็นส่วนหนึ่งของเรือนจำขนาดใหญ่ ซึ่งผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศและสหประชาชาติเข้าเยี่ยมชม และไม่พบหลักฐานว่าสถานที่แห่งนี้ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร
นางนาเดีย ดาร์ ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐอเมริกา กล่าวว่าแนวทางของรัฐบาลทรัมป์ในการโจมตีเยเมนระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2568 ควรจะเป็นสัญญาณเตือนภัยไปทั่วโลก เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการไม่ใส่ใจอย่างร้ายแรงต่อชีวิตของพลเรือนที่ตกอยู่ในอันตรายจากความขัดแย้งทางอาวุธ
หลังการโจมตี เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่ากองทัพกำลังประเมินรายงานเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ซึ่งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า หนึ่งปีต่อมา สหรัฐฯ ก็ยังไม่ได้เปิดเผยผลการสอบสวนใดๆ ต่อสาธารณะ หรือประกาศการลงโทษผู้ที่กระทำความผิด นอกจากนี้ยังอ้างถึงการที่สหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนในเมืองมินาบ ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 16 มีนาคม (2569) มีผู้เสียชีวิต 156 คน รวมถึงเด็กกว่า 120 คน ซึ่งนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น แต่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า สหรัฐฯ ล้มเหลวในการใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อพลเรือน และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เร่งการสอบสวนเกี่ยวกับการโจมตีในเยเมนและอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้รัฐสภาสหรัฐฯ เพิ่มการกำกับดูแลปฏิบัติการทางทหารและรับประกันการชดเชยสำหรับพลเรือนที่ได้รับผลกระทบ
...
ภาพจาก Amnesty International
#แอมเนสตี้
#สหรัฐ
ข่าวทั้งหมด