ส่งออกเดือนมี.ค.69 ยังขยายตัวได้ ร้อยละ 18.7 เครื่องใช้ไฟฟ้า-สินค้าอิเล็กทรอกนิกส์

วันนี้, 17:19น.


          นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,087,460 ล้านบาท) ทำมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ที่ร้อยละ 18.7



          หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 19.3 ปัจจัยหลักขับเคลื่อนการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแรงส่งในช่วงที่มาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ผ่อนคลายลงระยะสั้น



        ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด มังคุดสด เนื้อสุกร และอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามผลกระทบจากการชะงักงันของการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ไม่สงบเริ่มส่งสัญญาณในตลาดตะวันออกกลางที่กลับมาหดตัว ทั้งนี้ การส่งออก 3 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 17.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 17.0



           ส่งผลทำให้เดือนมีนาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18.7 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 38,496.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 35.7  ทำให้ไทยยังคงขาดดุล 3,339.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ



          ภาพรวม 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 96,169.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.6 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 105,646.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 32.4 ไทย ขาดดุล 9,476.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ



          หากพิจารณาในรูปของเงินบาท การส่งออกในเดือนมีนาคม2569 มีมูลค่า 1,087,460 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 9.7 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน นำเข้า มีมูลค่า 1,206,111 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 25.6 ไทยขาดดุล 118,652 ล้านบาท ภาพรวม 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 2,980,771 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 7.8 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 3,317,289 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 21.4 ขาดดุล 336,518 ล้านบาท



          สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 2569  คาดว่า จะยังอยู่ในทิศทางที่ขยายตัวจากปีก่อน ด้วยแรงหนุนของการปรับเปลี่ยนไปใช้คอมพิวเตอร์และมือถือที่รองรับการประมวลผล AI และการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อการขนส่งโลจิสติกส์ และราคาพลังงาน ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และการบริโภคของประเทศคู่ค้าที่จะชะลอลง รวมถึงความเสี่ยงจากการดำเนินมาตราการทางการค้าใหม่ ๆ ของสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง



 



#ส่งออกเดือนมีนาคม



#กระทรวงพาณิชย์ 

ข่าวทั้งหมด

X