กรณีเมื่อวันพุธ (15 เม.ย.69) เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่หน่วยแปรรูปน้ำมันเบนซิน 2 หน่วยของโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของประเทศ เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานถึง 12 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ทำให้โรงกลั่นน้ำมันมีกำลังการผลิตลดลง โดยผลิตน้ำมันเบนซินได้ประมาณร้อยละ 60 น้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินประมาณร้อยละ 80
นายกรัฐมนตรี แอนโทนี อัลบานีส แห่งออสเตรเลีย กล่าวว่าเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้น ไม่ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดด้านเชื้อเพลิง เนื่องจากรัฐบาลอยู่ในระหว่างรักษาความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากสงครามกับอิหร่าน
โรงกลั่นน้ำมันของวีว่า เอนเนอยี (Viva Energy) ในเมืองจีลอง อยู่ห่างจากเมลเบิร์นไปประมาณหนึ่งชั่วโมง เหตุไฟไหม้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ออสเตรเลียกำลังเร่งหาแหล่งจัดหาเพิ่มเติมจากพันธมิตรในภูมิภาค ทดแทนการน้ำเข้าที่ลดลงเนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง
นายกรัฐมนตรีอัลบานีส กล่าวว่า โรงกลั่นน้ำมันมีกำลังการผลิต 120,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่นำมาใช้ภายในรัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ หรือประมาณ 1 ใน 10 ของความต้องการทั่วประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใดๆ นอกจากนี้ออสเตรเลียยังอยู่ในขั้นตอนที่ 2 ของ 4 ขั้นตอนเพื่อลดผลกระทบจากเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งในแผนยังรวมถึงมาตรการที่จะจำกัดการใช้เชื้อเพลิงหากภาวะขาดแคลนรุนแรงขึ้น ที่สนับสนุนให้ผู้ขับขี่ซื้อเชื้อเพลิงเฉพาะเท่าที่จำเป็น
นายสก็อตต์ ไวแอตต์ ซีอีโอของวีว่า เอนเนอยี เปิดเผยว่า การดำเนินการขั้นต่อไปคือการฟื้นฟูหน่วยโรงกลั่นอย่างปลอดภัยและกลับมาผลิตเต็มกำลังอีกครั้ง โรงกลั่นน้ำมันแห่งนี้มีการเปิดใช้งานมาแล้ว 72 ปี มีการบำรุงรักษาครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว (2569)
...
#พลังงานออสเตรเลีย
ข่าวทั้งหมด