ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงในการซื้อขายที่ตลาดเอเชีย เช้าวันนี้ (17 เม.ย.) หลังสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลง
ทั้งนี้ เวลา 11.52 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบ WTI ร่วง 1.43% มาอยู่ที่ระดับ 89.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปรับตัวลดลงแล้วมากกว่า 3% ในรอบสัปดาห์นี้ ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ร่วง 1.06% มาอยู่ที่ระดับ 98.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวมีระยะเวลา 10 วัน โดยเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ของอิสราเอลและเลบานอนได้พบปะหารือกันที่กรุงวอชิงตัน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีแผนเชิญ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และ โจเซฟ อูน ประธานาธิบดีเลบานอน เข้าร่วมการเจรจาที่ทำเนียบขาว
ข้อตกลงซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าความตึงเครียดในภูมิภาคจะลดระดับลงอีก เนื่องจากการรวมเลบานอนในข้อตกลงหยุดยิงถือเป็นข้อเรียกร้องสำคัญของอิหร่าน ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังแสดงความหวังผ่านโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในช่วงเวลาสำคัญนี้
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับอิหร่าน โดยระบุว่า อิหร่านได้ตกลงที่จะส่งมอบคลังยูเรเนียมของตน อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านยังคงดำเนินอยู่เต็มรูปแบบ และกองทัพสหรัฐฯ ยังแสดงท่าทีพร้อมดำเนินมาตรการเพิ่มเติมต่ออิหร่าน
ด้านตลาดหุ้นเอเชีย ปิดตลาดภาคเช้า ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ (17 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากนิกเกอิพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ระดับ 60,000 จุดเมื่อวานนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 58,930.87 จุด ร่วงลง 587.47 จุด
ส่วนดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ (17 เม.ย.) จากแรงขายทำกำไร ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจา ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ดัชนีฮั่งเส็งปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,046.70 จุด ลดลง 347.56 จุด
ด้านตลาดหุ้นไทย ปิดตลาดภาคเช้าร่วงลงไป 13.20 จุด ที่ระดับ 1,476.53 จุด มูลค่าการซื้อขาย 31,506 ล้านบาท
#สงครามตะวันออกกลาง
#ตลาดหุ้นเอเชีย