รอยเตอร์รายงานว่า หลังจากวันที่ 13 เมษายน กองทัพสหรัฐ เริ่มปิดล้อมเรือที่ออกจากท่าเรือของอิหร่านแล้ว กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ กล่าวว่า การปิดล้อมจะถูกบังคับใช้อย่างเป็นกลางกับเรือของทุกประเทศที่เข้าออกท่าเรือของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน และจะไม่ขัดขวางเรือที่ไปยังหรือมาจากท่าเรือที่ไม่ใช่ของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน อิหร่าน ขู่โจมตีท่าเรือของรัฐอ่าว พลจัตวาเรซา ตาลาอีนิก โฆษกกระทรวงกลาโหมอิหร่าน เตือนว่า ความพยายามของกองทัพต่างชาติในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ จะยิ่งทำให้วิกฤตและความไม่มั่นคงด้านพลังงานโลกทวีความรุนแรงขึ้น
โฆษกกองทัพอิหร่าน เอ่ยว่า การกระทำของสหรัฐถือเป็นการละเมิดสิทธิทางทะเล หากท่าเรือของอิหร่านถูกคุกคาม จะไม่มีท่าเรือใดในอ่าวเปอร์เซียหรืออ่าวโอมานที่ปลอดภัยอีกต่อไป กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน บอกว่า เรือรบใดก็ตามที่เข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
ด้านองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) รวมถึง สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส กล่าวว่า จะไม่เข้าร่วมในความขัดแย้งด้วยการมีส่วนในมาตรการปิดล้อม พร้อมเน้นถึงความจำเป็นในการเปิดช่องแคบอีกครั้ง
บีบีซีรายงานว่า ได้มีเรือลำแรกแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว หลังจากที่สหรัฐประกาศปิดล้อมทางทหาร โดยเรือลำนี้เป็นเรือคอนเนเนอร์ชื่อปายา เลอบาร์ (Paya Lebar) กำลังมุ่งหน้าไปนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากอินเดีย
ริชาร์ด มีด บรรณาธิการบริหารของบริษัทข้อมูลทางทะเล Lloyd’s List Intelligence กล่าวว่า มีเรือเกือบ 800 ลำที่ติดอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซมาหลายสัปดาห์แล้ว และส่วนใหญ่ก็บรรทุกสินค้าเต็มลำ ดังนั้นควรนำเรือเหล่านี้ออกไปก่อน
#สงครามตะวันออกกลาง
#ล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
แฟ้มภาพ
ข่าวทั้งหมด