ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา (JIC) ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหา ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการปรากฏกำลังของทหารไทยในพื้นที่บริเวณช่องจอม จ.สุรินทร์ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ดังนี้
1.ยึดมั่นถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด ประเทศไทยขอยืนยันความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อถ้อยแถลงร่วมที่ได้ตกลงกันในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 โดยเฉพาะ ข้อ 2 ทั้งสองฝ่ายจะคงกำลังในตำแหน่งปัจจุบัน (Troop Deployment Line) และงดเว้นการกระทำใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในพื้นที่
2.มาตรการของไทยเพื่อสถาปนาความมั่นคงและรักษาความปลอดภัย มิใช่การบังคับใช้กฎหมายการปรากฏกำลังของฝ่ายไทย มิใช่การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศโดยฝ่ายเดียว แต่เป็นมาตรการด้านความมั่นคงและการรักษาความปลอดภัยที่จำเป็น อันเกิดจากภัยคุกคามข้ามชาติที่มีอยู่จริงในพื้นที่ชายแดนจากการค้นพบว่ากองกำลังกัมพูชาใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานทหารโจมตีไทย
3.ไทยควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางทหาร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานทหารของกองกำลังกัมพูชาเพื่อโจมตีไทย ดังนั้น การดำเนินการของไทยเป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตยและในลักษณะ เพื่อการป้องกัน (Defensive) จำกัดขอบเขต (Limited) มุ่งลดอันตราย (Preventive) มิใช่การใช้อำนาจเหนืออธิปไตยของประเทศอื่น
4.ยึดกลไกทวิภาคี ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี เช่น คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) การสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างทั้งสองฝ่าย การดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้หลักการ ลดความตึงเครียด (de-escalation)
5.ยึดข้อเท็จจริง ไม่ใช่การบิดเบือน สถานการณ์ดังกล่าวไม่ควรถูกตีความผ่านกรอบของการบิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริงจากหลักฐานในพื้นที่ชี้ให้เห็นว่า นอกจากการใช้อาคารสถานที่เป็นฐานทหารโจมตีไทย ยังเป็น scam compound ขนาดใหญ่ ไทยจึงเปิดให้สื่อมวลชน เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาคมโลก สะท้อนถึงความโปร่งใสของการดำเนินการของไทยในเรื่องนี้ หลักฐานที่ตรวจพบในพื้นที่ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการศึกษา วิเคราะห์ และสนับสนุนการดำเนินการต่อต้านสแกมเมอร์ต่อไป อาทิ ซิมการ์ดจากต่างประเทศจำนวนมาก สคริปต์การหลอกลวงหลายภาษาโครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับการดำเนินการสแกมเมอร์ในระดับอุตสาหกรรม สะท้อนอย่างชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศ ที่ต้องร่วมกันต่อต้านต่อไป
6.ความรับผิดชอบร่วมกันการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ไม่ใช่การเผชิญหน้า ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้แล้ว (ถ้อยแถลงร่วม ข้อ 8 และ 10) ในการป้องกันข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การสื่อสารที่ยั่วยุหรือบิดเบือน จะยิ่งบ่อนทำลายความร่วมมือดังกล่าว
การดำเนินการของประเทศไทยตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ การเคารพข้อตกลงร่วม การคุ้มครองประชาชน การรักษาเสถียรภาพของภูมิภาค แนวทางข้างหน้าควรมุ่งไปสู่ ความร่วมมือและทางออกร่วมกัน มากกว่าการสร้างความขัดแย้งผ่านเรื่องเล่า
#ไทยเขมร
#เขมรแหล่งสแกมเมอร์
#กองทัพไทย
ข่าวทั้งหมด