ศูนย์ประมวลผลข้อมูลผู้ลี้ภัย (Refugee Processing Center : RPC) ของสหรัฐฯ รายงานว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 มีผู้ลี้ภัย 4,499 คนได้รับอนุญาตให้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในสหรัฐฯ
โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีอยู่ 3 คนที่เป็นชาวอัฟกานิสถาน ส่วนที่เหลือคือชาวแอฟริกาใต้ บ่งชี้ถึงการปรับปรุงนโยบายผู้ลี้ภัยของสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งผลให้จำนวนและสัญชาติของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ในรอบปีงบประมาณสุดท้ายของรัฐบาลไบเดน ซึ่งเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2566 มีผู้ได้รับการอนุมัติให้ตั้งถิ่นฐานใหม่ 125,000 คน จาก 85 ประเทศ แต่ในปีที่แล้ว (2568) ประธานาธิบดีทรัมป์ให้ระงับการรับผู้ลี้ภัยทั้งหมด รวมถึงผู้สมัครจากเขตสงคราม แต่อนุญาตให้กลุ่มคนผิวขาวจากแอฟริกันใต้สามารถยื่นขอตั้งถิ่นฐานได้ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์เห็นว่า เป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกกดขี่ข่มเหง แม้ว่าแอฟริกาใต้จะคัดค้านคำกล่าวของเขา
ตามประกาศของประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายผู้ลี้ภัยจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยสาธารณะ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษแก่ชาวแอฟริกันเชื้อสายแอฟริกาใต้ และผู้เสียหายจากการเลือกปฏิบัติในประเทศบ้านเกิดของตน
ผู้ลี้ภัยชาวแอฟริกาใต้กลุ่มแรกจำนวน 68 คน เดินทางถึงสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และมีจำนวนเพิ่มขึ้นในปีนี้ โดยมีผู้ลี้ภัย 2,848 คนเดินทางมาถึงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม จากนั้นย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ทั่วสหรัฐฯ โดยอยู่ในเท็กซัสมากที่สุดถึง 543 คน
...
#ผู้ลี้ภัยแอฟริกาใต้
#สหรัฐอเมริกา
ข่าวทั้งหมด