การสืบสวนคดีการกักตุนน้ำมัน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรณีน้ำมัน 57 ล้านลิตรหายไปกลางทะเล ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบปลายทาง โดยยืนยันว่าเป็นการถ่ายโอนแบบ Ship-to-ship หรือการถ่ายน้ำมันจากเรือลำหนึ่งไปยังอีกลำหนึ่ง ซึ่งต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเกี่ยวข้องกับเรือลำใดบ้าง ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนภายในเวลา 12.00 น. ของวันนี้ เพื่อทราบปริมาณน้ำมันที่สูญหาย จำนวนเที่ยวเรือ และจำนวนเรือที่เกี่ยวข้องจนถึงปลายทาง โดยเบื้องต้นยังคงเป็นตัวเลข 57 ล้านลิตร นอกจากพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้ว ยังมีพื้นที่จังหวัดชุมพรและสงขลาที่ต้องตรวจสอบควบคู่กัน
การตรวจสอบปลายทางน้ำมันอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ซึ่งได้ทยอยส่งข้อมูลเข้ามาแล้ว โดยได้ส่งรายชื่อเรือที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจาก ศรชล. สามารถติดตามเส้นทางเดินเรือย้อนหลังได้ถึง 90 วัน ทำให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ พบว่าเรือที่เกี่ยวข้องมาจากหลายบริษัท ส่วนจะอยู่ในน่านน้ำไทยหรือไม่ ยังต้องตรวจสอบเชิงลึก เนื่องจากอาจมีการจอดเทียบท่าหรือลอยลำอยู่กลางทะเล
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย โดยต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า การจอดเรือมีความเกี่ยวข้องกับน้ำมันที่สูญหายหรือไม่ ซึ่งต้องมีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน ส่วนกรณีที่มีรายงานว่าน้ำมันอาจสูญหายสูงถึง 70 ล้านลิตรนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง
สำหรับกรณีบริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด ที่แถลงว่าปริมาณน้ำมันคงคลัง 2 ล้านลิตร ไม่ได้เป็นการกักตุนเพื่อเก็งกำไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ทุกฝ่ายสามารถชี้แจงพร้อมหลักฐานได้ และเชื่อว่าดีเอสไอจะให้ความเป็นธรรมอย่างรอบด้าน
ส่วนการตรวจสอบโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่งทั่วประเทศ ยังไม่พบข้อพิรุธ เนื่องจากโรงกลั่นจำเป็นต้องระบายน้ำมันออกตามระบบ ไม่สามารถกักเก็บไว้ได้ ส่วนประเด็นคลังน้ำมัน เบื้องต้นพบความผิดปกติในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และคาดว่าอาจมีพื้นที่อื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติม
สำหรับการข้อสังเกตว่าการกักตุนน้ำมันส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ภาคใต้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า เป็นเพียงตัวอย่าง เนื่องจากมีการตรวจพบในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น จังหวัดอ่างทอง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และจังหวัดนครสวรรค์ รวมถึงเส้นทางลักลอบขนส่งในภาคเหนือ
โดยในวันที่ 9 เม.ย. จะมีการสรุปข้อมูลทั้งหมดเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยจะครอบคลุมปัญหาการกักตุนน้ำมันในทุกพื้นที่ และพิจารณาความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
มีรายงานว่า คดีดังกล่าวจะถูกเสนอเข้าสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ ในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 14.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม ขณะที่ช่วงเวลา 11.00–12.00 น. ของวันที่ 7 เม.ย. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมคณะ ได้ประชุมวอร์รูมเพื่อตรวจสอบข้อมูลเที่ยวเรือและรายชื่อเรือที่เกี่ยวข้อง ก่อนสรุปรายงานให้รัฐมนตรีรับทราบภายในวันเดียวกัน
#กักตุนน้ำมัน
ข่าวทั้งหมด