กรณ์ เสนอทางออกแก้ปัญหาน้ำมันแพง 'ลดภาษีสรรพสามิต-ค่าการกลั่น'

วันนี้, 10:19น.


          วิกฤตราคาพลังงาน นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ถอดบทเรียน 2551 ว่าด้วยการบริหารในช่วงวิกฤตน้ำมันแพง ในการถกเถียงกันเรื่อง "ค่าการกลั่น" ผมขอนำข้อมูลเสนอเผื่อเป็นประโยชน์ต่อท่านเอกนิติ และ คตร. เพราะเห็นสิ่งที่ท่านนายกฯ พูดแล้วเป็นห่วงวิธีคิดของรัฐบาล คือการที่รัฐบาลกลัวถึงขั้นว่าเขาจะหยุดกลั่นนั้น ผมว่าเกินเลยไปมาก ผมพบรายงานของ "สถาบันบริหารกองทุนนํ้ามัน" ได้รายงานสถานการณ์วิกฤตพลังงานช่วงเดือน ก.ค. 2551 น่าสนใจในเชิงเปรียบเทียบกับสถานการณ์วันนี้อย่างมาก



          ช่วงนั้น (เดือน ก.ค. 2551) ราคานํ้ามันพุ่งสูงขึ้น นํ้ามันดิบดูไบราคา 137 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (สูงกว่าวันนี้ ที่มีราคา 128 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล) สาเหตุเพราะช่วงนั้นจีนใช้นํ้ามันมากขึ้น และมีข่าวลือว่าอิสราเอลจะโจมตีอิหร่าน แต่ราคาหน้าโรงกลั่นช่วงนั้นอยู่ที่เพียง 36.65 บาทต่อลิตร (เทียบกับวันนี้ 55.67 บาทต่อลิตร) และราคาหน้าปั๊มอยู่ที่ 42.24 บาท (วันนี้ 50.54 บาท) ทั้งๆ ที่กองทุนนํ้ามันตอนนั้นแทบไม่ต้องทำงาน มีการชดเชยเพียง 1.57 บาทต่อลิตร (วันนี้ชดเชย 14.27 บาทต่อลิตร) ราคานํ้ามันดิบแพงกว่าวันนี้ประมาณ 7% แต่ราคาหน้าโรงกลั่นกลับถูกกว่าวันนี้ถึง 19 บาทต่อลิตร หรือถูกกว่า 34% เพราะอะไรที่นํ้ามันดิบวันนั้นแพงกว่าวันนี้ แต่ราคาทั้งหน้าโรงกลั่น และหน้าปั๊มกลับถูกกว่าวันนี้มาก โดยไม่ต้องชดเชย



          คำตอบคือ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาษีสรรพสามิตปี 2551 อยู่ที่เพียง 2.40 บาทต่อลิตร (วันนี้ 6.92 บาทต่อลิตร) และที่สำคัญคือ "ค่าการกลั่น" เมื่อปี 2551 อยู่ที่เพียง 2.27 บาทต่อลิตร ในขณะที่ตอนนี้อยู่ที่ 15.99 บาทต่อลิตร วันนี้จะอ้างว่าค่าการกลั่นแพงเพราะต้นทุนนํ้ามันดิบสูงขึ้น มันคนละเรื่องกัน และหลักฐานก็ชัดเจนว่าเมื่อปี 2551 นํ้ามันดิบแพงกว่าวันนี้ แต่ค่าการกลั่นตํ่ากว่ากันมากมาย ส่วนต้นทุนการกลั่นที่แท้จริง ระหว่างวันนั้นถึงวันนี้ผมเชื่อว่าไม่ได้เพิ่มขึ้น



          ทั้งหมดนี้ คตร.ควรเอาไปพิจารณาครับ ด้วยสถานการณ์โลกที่ราคานํ้ามันต้องแพงขึ้นไม่มีใครเถียง แต่ชัดเจนว่าไม่ควรจะแพงขึ้นถึงขนาดนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเพราะภาษี หรือเพราะค่าการกลั่น อย่าไปยอมให้เขาขู่ว่าจะปิดโรงกลั่นนะครับ



          ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มีมติให้กระทรวงพลังงานไปเร่งขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการในธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ให้มีการนำส่งกำไรส่วนเกินในกรณีพิเศษจากค่าการกลั่น ส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเป็นการช่วยลดภาระให้ประชาชนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมันแพง



#น้ำมันแพงแก้ยังไง



CR:https://www.facebook.com/share/p/18bW1jegPe/



 

ข่าวทั้งหมด

X