กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ OPEC ตกลงที่จะเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันขึ้น 206,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือนพฤษภาคม แม้ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นในเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากสมาชิกหลักบางรายยังไม่สามารถเพิ่มผลผลิตได้ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน
การที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ประเทศสมาชิกของ OPEC หลายประเทศต้องลดการส่งออกลง
ในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ (5 เม.ย.69) สมาชิก OPEC+ จำนวน 8 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน ตกลงที่จะเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันในเดือนพฤษภาคม ระหว่างการประชุมทางออนไลน์
แถลงการณ์ระบุว่า สมาชิกจะยังคงติดตามและประเมินสภาวะตลาดอย่างใกล้ชิดต่อไป และจะพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนเสถียรภาพของตลาด ทั้ง 8 ประเทศมีความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพราะการซ่อมแซมสินทรัพย์ที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความพร้อมในการจัดหาพลังงานโดยรวม
การเพิ่มโควตาครั้งนี้ คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 2 ของปริมาณอุปทานที่หยุดชะงักเนื่องจากการปิดช่องแคบ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี แตะระดับเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งสูงขึ้นตามไปด้วย
เมื่อวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.69) เจพีมอร์แกน คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจสูงกว่า 150 ดอลลาร์ หากจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมแล้วยังไม่สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้
...
#โอเปก
ข่าวทั้งหมด