นายโมฮัมหมัด จาวาด ซาริฟ อดีตรัฐมนตรีการต่างประเทศอิหร่าน นำเสนอบทความผ่านนิตยสารการต่างประเทศ (Foreign Affairs magazine) ของสหรัฐฯ เสนอแผนการทำงานเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน โดยระบุว่า อิหร่านควรทำข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม แลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
สงครามซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ด้วยการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน จากนั้นความขัดแย้งขยายวงกว้างไปทั่วตะวันออกกลางและสั่นคลอนเศรษฐกิจโลก เมื่ออิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งไม่มีท่าทีว่าจะยุติลง ในบทความของนายซาริฟ ระบุว่า แม้ว่าอิหร่านจะเห็นว่าประสบความสำเร็จในสงคราม แต่สงครามที่ยืดเยื้อจะส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายมากยิ่งขึ้น จึงแนะนำให้อิหร่านยื่นข้อเสนอจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของตนภายใต้การกำกับดูแลของนานาชาติ และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด
นายซาริฟ เสนอกล่าวว่า ข้อจำกัดด้านนิวเคลียร์สำหรับอิหร่านจะรวมถึงพันธสัญญาที่จะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ และจัดการยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดที่สะสมไว้ ให้ระดับการเสริมสมรรถนะลดลงต่ำกว่าร้อยละ 3.67
จากข้อมูลประมาณการของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เชื่อกันว่าอิหร่านมีปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ร้อยละ 60 ประมาณ 440 กิโลกรัม (970 ปอนด์) ซึ่งเป็นระดับที่สามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้ถึงร้อยละ 90 ซึ่งเป็นระดับที่จำเป็นต่อการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม นายซาริฟ เห็นว่าข้อเรียกร้องของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ไม่ต้องการให้มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเลยนั้นเป็นความคิดที่ "เพ้อฝัน" และเขาเห็นว่า อิหร่านควรยอมรับสนธิสัญญาไม่รุกรานซึ่งกันและกันกับสหรัฐฯ
นายซาริฟ ยังเสนอให้จีนและรัสเซีย ร่วมกับสหรัฐฯ สร้างกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาคด้านการเสริมสมรรถนะเชื้อเพลิงยูเรเนียมร่วมกับอิหร่านและประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ณ โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมแห่งเดียวในเอเชียตะวันตก โดยอิหร่านจะเป็นผู้ถ่ายโอนวัสดุเสริมสมรรถนะและอุปกรณ์ทั้งหมดไปยังที่นั่น
นอกจากนี้ นายซาริฟยังเสนอว่ากลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย มหาอำนาจในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และอาจรวมถึงอียิปต์ ปากีสถาน และตุรกี ควรจัดตั้งกรอบความมั่นคงระดับภูมิภาคเพื่อรับประกันการไม่รุกราน ความร่วมมือ และเสรีภาพในการเดินเรือ รวมถึงการรับประกันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย
และว่าเพื่อเสริมสร้างสันติภาพให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อิหร่านและสหรัฐฯ ควรริเริ่มความร่วมมือทางการค้า เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน แผนการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประธานาธิบดีทรัมป์ เขาระบุว่า “แต่ละฝ่ายต่างก็โอ้อวดชัยชนะในแนวหน้า แต่ประวัติศาสตร์จะจดจำผู้ที่สร้างสันติภาพได้ดีที่สุด”
....
#อิหร่าน
#สหรัฐฯ
#ช่องแคบฮอร์มุซ
ข่าวทั้งหมด