นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 6 เมษายนแล้ว วันรุ่งขึ้นจะ เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย ในการพิจารณาราคาน้ำมัน ทั้งหน้าปั๊มและหน้าโรงกลั่น โดยช่วงเวลาปกติ ค่าการกลั่นอยู่ที่ 2-3 บาทต่อลิตร ก็ยังมีกำไร แต่เฉพาะเดือนมีนาคม ค่าเฉลี่ยการกลั่นสูงมากกว่า 7 บาทต่อลิตร พอเริ่มเดือนเมษายน กระโดดไปถึงเกือบ 14 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผิดปกติ
ส่วนตัวเห็นว่า ราคาค่าการกลั่นตามปกติที่ควรจะเป็น 3-4 บาทต่อลิตร ก็มีกำไรแล้ว หากจะไปจัดเก็บในรูปแบบภาษีลาภลอยอาจจะไม่ทันการ ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย จึงต้องใช้อำนาจของ กบน.ทบทวน เพื่อกดราคาหน้าโรงกลั่นให้ถูกลง โดยไม่ต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาชดเชยเพิ่ม
ดังนั้น ในวันที่ 7 เมษายนนี้ ที่จะมีการประชุม กบง.จะพิจารณาปรับสูตรราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมัน."มันเห็นสิ่งผิดปกติอยู่แล้วครับ อันนี้มันเห็นต่อหน้าต่อตาเลยครับ ค่าการกลั่น เป็นตัวเลขสาธารณะจาก 3 ไป 7 จาก 7 ไป 13-14 (บาท) อันนี้ผิดปกติแน่นอน
การพิจารณาปรับลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น และหน้าปั๊มน้ำมันนั้น กบง. มีอำนาจแน่นอน โดยยึดตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 โดยจะยกเหตุผลเรื่องค่าการกลั่นสูงเกินไป มาใช้ในการปรับลดราคาลงได้ โดยจะต้องกำหนดเพดานค่าการกลั่นส่วนตัวเห็นว่า ไม่ควรเกินลิตรละ 3-5 บาท ดังนั้นใครที่กักตุนหรือเก็งกำไรน้ำมันเอาไว้ก็จะเป็นฝันร้าย หากมีการประกาศกำหนดเพดานดังกล่าวออกมา โดยจะพยายามทำให้เสร็จก่อนช่วงสงกรานต์นี้
สำหรับผู้ที่กักตุนเก็งกำไร หรือน้ำมันรั่วไหลออกไปต่างประเทศ ตอนนี้ทางรัฐบาลตามจับอยู่ ผมเก็บข้อมูลย้อนหลังในช่วงเดือนมีนาคม 30 วันแล้ว จะเอามาดูพฤติกรรม ถ้ามีใครผู้ค้ารายไหน ที่ไปกักตุนกันกำไร หรือแอบลักลอบ นำน้ำมันออกไปขายผิดกฎหมาย อย่าคิดว่าผ่านพวกนั้นมาแล้วจะรอด ใครที่ทำอยู่ให้หยุด ส่วนใครที่ทำไปแล้วไม่รอด ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
#ค่าการกลั่น
#กบง
#ราคาน้ำมัน
ข่าวทั้งหมด