ตั้งคณะทำงาน ประสานอิหร่าน ช่วยเรือพาณิชย์ไทย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

วันนี้, 13:57น.


          สถานการณ์ตะวันออกกลาง  นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผ่านศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)ว่า มีความตึงเครียดสูงขึ้น หลังจากที่อิหร่านประกาศห้ามเรือที่มีความเกี่ยวข้องกับบางประเทศเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมการสู้รบ ซึ่งจะส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลแดง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องแคบ”บับเอลมันเดบ” ซึ่ง ศบก. อยู่ระหว่างติดตามผลกระทบต่อการเดินเรือพาณิชย์ และตรวจสอบสินค้าเป็นการเฉพาะ



          นอกจากนี้ เมื่อค่ำวานนี้ (29 มี.ค.) กองกำลังปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน แถลงเตือนว่าจะมีการโจมตีนอกเหนือเป้าหมายทางการทหารของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคอ่าว พร้อมเตือนให้บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และนักศึกษา รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบอยู่ห่างจากสถานศึกษาของสหรัฐฯ



          ส่วนเรือพาณิชย์ของไทย กระทรวงการต่างประเทศสามารถเจรจาให้เรือพาณิชย์ไทยบางลำ เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย แต่ด้วยสถานการณ์ในช่วงแคบมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงจำเป็นต้องยกระดับการรักษาช่องทางการสื่อสารกับนานาประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และเร่งเจรจากับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องคนไทยและผลประโยชน์ขอประเทศอย่างต่อเนื่อง



          และเมื่อ 27 มี.ค. ที่ประชุม ศบก.เห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงาน เพื่อหาทางช่วยเหลือให้เรือพาณิชย์ของไทยที่ยังตกค้างในช่องแคบฮอร์มุซ สามารถเดินทางออกจากช่องแคบได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น



          สำหรับการช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะนี้มีคนไทยอยู่ประมาณ 1,532 คน ขอย้ำให้พิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และขณะนี้น่านฟ้าของอิสราเอลยังปิดอยู่ เครื่องบินพิเศษยังมีจำนวนจำกัด เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จึงประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศรอบข้าง โดยเฉพาะในจอร์แดน เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยในอิสราเอลสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้



         ส่วนโอมานและเยเมนภายหลังกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามโจมตีกองกำลังบำรุงของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในระยะห่างจากท่าเรือในโอมาน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต จึงได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่พบว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บ รวมถึงสถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ รายงานว่าตัวเลขผู้ที่จะเดินทางกลับ ยังไม่เปลี่ยนแปลง และมีจำนวนไม่มาก และแม้ 2 สายการบินของอิสราเอลยังทำการบินอยู่ แต่จัดเป็นการบินในกรณีที่มีความจำเป็น



#=j;p8owmp 

ข่าวทั้งหมด

X