ตร.ไซเบอร์และกสทช. บุกค้นโกดังย่านลาดกระบัง ยึดโดรนเถื่อนหลายพันลำ ลอบนำเข้าขายออนไลน์

27 มีนาคม 2569, 09:16น.


          ตามที่ตำรวจกองบัญชาการ สอท. สืบสวนหาข่าวพบข้อมูลว่ามีการลักลอบนำเข้าอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรนจำนวนมาก โดยนำมาเก็บไว้ที่โกดังแห่งหนึ่งในเขตลาดกระบัง กทม. จากนั้นจะนำไปจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นการกระทำในเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่การครอบครองเพื่อใช้ส่วนบุคคลทั่วไป



ในการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มนอมินีทั้งชาวไทยและต่างชาติมากกว่า 10 คนลงทะเบียนเปิดร้านค้าบนแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์กว่า 10 ร้าน เพื่อใช้จำหน่ายโดรนผิดกฎหมาย โดยมีผู้รับผลประโยชน์เป็นชาวต่างชาติ และอาจนำไปใช้ก่อเหตุที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จึงประสานข้อมูลร่วมกับ สำนักงาน กสทช. ภาค 1 และรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายค้นโกดัง



          เมื่อวันที่ 26 มี.ค.69 ตำรวจกว่า 30 นาย สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ กสทช. ภาค 1 นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นโกดังเก็บสินค้า จำนวน 2 แห่ง ภายในซอยพระเทพรัตโมรี 6 ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กทม.



          ผลการตรวจค้น พบอากาศยานไร้คนขับ UAV หรือ โดรน ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. รวม 2,083 ลำ,อุปกรณ์กล้องวงจรปิด จำนวน 169 ตัว, อุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวน 27 ตัว และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย



          เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำและดำเนินคดี ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 6 “ห้ามมิให้ผู้ใดทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” มีโทษตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ



          นอกจากนี้ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ มาตรา 246 “ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 (ของที่ลักลอบหนีศุลกากร)” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ “หากเป็นการกระทำโดยรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 243 (หลีกเลี่ยงอากร)” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ครึ่งเท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม หรือทั้งจำทั้งปรับ และ “หากเป็นการกระทำโดยรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 244” (หลีกเลี่ยงข้อห้ามนำเข้า) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ



...



 

ข่าวทั้งหมด

X