เจ้าหญิงเมตเตฯ ของนอร์เวย์ ยอมรับถูก เอปสตีนหลอกใช้

วันนี้, 17:38น.


          เจ้าหญิงเมตเต-มาริต มกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ประทานสัมภาษณ์ทั้งน้ำตาผ่านสถานีโทรทัศน์สาธารณะเอ็นอาร์เค (NRK) เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (20 มี.ค.) โดยทรงแสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งที่เคยมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรทางเพศชื่อฉาวที่ล่วงลับไปแล้ว พร้อมยอมรับว่าพระองค์ "ถูกหลอกลวงและถูกหลอกใช้" และหากย้อนเวลากลับไปได้ก็หวังว่าจะไม่เคยรู้จักกับผู้ชายคนนี้เลย ก่อนหน้านี้สื่อจะเคยนำเสนอข่าวความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าหญิงเมตเต-มาริตกับเอปสตีนมาบ้างแล้ว แต่เอกสารชุดใหม่ที่สหรัฐฯ เปิดเผยกลับชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก โดยพบว่าทั้งสองมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2557 และพระองค์ยังเคยเสด็จไปประทับที่คฤหาสน์ของเอปตีนในเมืองปาล์มบีชถึง 4 วันระหว่างการเสด็จเยือนส่วนพระองค์ในปี 2556



          การติดต่อทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เอปสตีนรับสารภาพข้อหาชักชวนผู้เยาว์เพื่อการค้าประเวณีไปแล้วตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งขัดแย้งกับแถลงการณ์ที่เจ้าหญิงเมตเต-มาริตเคยตรัสไว้เมื่อปี 2562 ว่าจะไม่เข้าไปข้องแวะกับเอปสตีนเด็ดขาดหากทรงทราบถึงพฤติกรรมอาชญากรรมที่เขาก่อ



       ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ออกมากล่าวตำหนิอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหญิงเมตเต-มาริตทรงออกมาชี้แจงเรื่องนี้อย่างโปร่งใส ทั้งนี้ พระองค์ทรงกราบทูลขอพระราชทานอภัยต่อสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์และสมเด็จพระราชินีซอนยาไปแล้วเมื่อต้นเดือนก.พ. และมิได้ถูกตั้งข้อหาทางอาญาใด ๆ



          เจ้าหญิงเมตเต-มาริต ทรงชี้แจงว่า เอปสตีนฉวยโอกาสจากการที่พระองค์และเขามีคนรู้จักร่วมกัน ประกอบกับความที่พระองค์ทรงเป็นคนเชื่อคนง่ายและมักจะมองคนในแง่ดี แต่สุดท้ายพระองค์ก็ทรงตัดสินใจยุติการติดต่อกับเขา โดยทรงยืนยันว่าไม่เคยพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายใด ๆ ในระหว่างที่รู้จักกัน



        นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องอีเมลฉบับหนึ่งในเดือนต.ค. 2554 ซึ่งเจ้าหญิงทรงส่งถึงเขาโดยระบุว่า ทรงนำชื่อเขาไปเสิร์ชในกูเกิลแล้ว และยอมรับว่าประวัติของเขา "ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก" พร้อมกับพิมพ์อีโมจิรูปหน้ายิ้มส่งท้าย เมื่อสื่อถามถึงอีเมลฉบับนี้ พระองค์ตรัสว่าจำไม่ได้จริง ๆ ว่าทำไมถึงเขียนไปแบบนั้น แต่ทรงย้ำว่า "หากตอนนั้นข้าพเจ้าพบข้อมูลที่ทำให้รู้ว่าเขาเป็นผู้ล่วงละเมิดและเป็นอาชญากรทางเพศ ข้าพเจ้าคงไม่มีทางพิมพ์หน้ายิ้มส่งไปให้เขาแน่ ๆ"



        ด้านเจ้าชายฮากอน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ ซึ่งประทับเคียงข้างพระชายาตลอดการสัมภาษณ์ ตรัสให้กำลังใจว่า ชีวิตคู่ย่อมมีทั้งยามสุขและยามทุกข์ โดยทรงเน้นย้ำว่า "เมตเตเป็นคนใส่ใจผู้อื่น ชาญฉลาด และเข้มแข็งมาก นั่นคือเหตุผลที่ข้าพเจ้าจะให้เธออยู่เคียงข้างเสมอเมื่อเราต้องเผชิญกับเรื่องยากลำบาก"



         อย่างไรก็ตาม มรสุมชีวิตของเจ้าหญิงเมตเต-มาริตในขณะนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องเอปสตีนเท่านั้น เพราะยังต้องทรงรับมือกับคดีความของมาริอุส บอร์ก ฮอยบี พระโอรสวัย 29 ปี ซึ่งกำลังเผชิญข้อหาข่มขืนและกระทำความรุนแรงในครอบครัว แม้มาริอุสจะให้การปฏิเสธในข้อหาหนัก แต่ก็ยอมรับสารภาพในข้อหากระทำผิดสถานเบาบางประการ



         สถานการณ์อื้อฉาวที่รุมเร้าส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์นอร์เวย์ โดยคะแนนความนิยมและการสนับสนุนระบอบกษัตริย์ของชาวนอร์เวย์ร่วงลงจาก 70% ในเดือนม.ค. เหลือเพียง 60% ในเดือนก.พ. ในขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนให้ประเทศเปลี่ยนไปใช้ระบอบสาธารณรัฐกลับเพิ่มสัดส่วนขึ้นจาก 19% เป็น 27% ในช่วงเวลาเดียวกัน



#เอปสตีน



#ราชวงศ์นอร์เวย์ 

ข่าวทั้งหมด

X