เปิดปฏิบัติการบุกทลายรังจีนเทา เครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ ตุ๋นเหยื่อ ยึดทรัพย์สินกว่า 14 ล้านบาท พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด แถลงว่า เปิดปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 มีผู้เสียหายเป็นหญิงสูงวัย อดีตข้าราชการเกษียณ ได้รับโทรศัพท์จากคนร้าย อ้างตัวว่าเป็น เจ้าหน้าที่การเงินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แจ้งว่าผู้เสียหายยังไม่ได้ส่งเอกสารเพื่อทำเรื่องคุ้มครองบัญชีข้าราชการบำนาญ หากไม่ดำเนินการ จะไม่สามารถดูสลิปเงินบำนาญได้ และหากดำเนินการจะมีการคุ้มครองบัญชีทั้งหมด 5 บัญชี โดยให้เตรียมบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน เพื่อรีบไปยื่นเรื่องแต่ทางผู้เสียหายไม่สะดวก
คนร้ายจึงออกอุบายต่อว่าจะดำเนินการเรื่องขอรหัส OTP ให้ก่อน ต่อมาได้มีคนร้ายโทรศัพท์มาหาผู้เสียหายอีกครั้ง อ้างตัวว่าเป็น เจ้าหน้าที่จากกรมบัญชีกลาง โดยบุคคลนี้ได้พูดในลักษณะเดียวกันกับกับคนร้ายชุดแรก แจ้งว่าต้องมีรหัส 6 ตัว เพื่อทำเอกสาร PDPA ซึ่งเป็นเอกสารคุ้มครองเงินฝากและความปลอดภัยของบัญชีเงินฝาก รวมถึงการคุ้มครองประวัติข้าราชการบำนาญและเพื่อให้สามารถดาวน์โหลดสลิปเงินเดือนได้ ผู้เสียหายจึงตกลงให้ดำเนินการให้ โดยคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายแอดไลน์เพื่อส่งเอกสารจากกรมบัญชีกลางมาให้ โดยเป็นเอกสารที่ระบุประวัติของผู้เสียหาย และชื่อบัญชีธนาคารต่างๆ ของผู้เสียหาย
จากนั้นคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายทำการคุ้มครองบัญชี โดยได้ให้ผู้เสียหายเปิดแอปพลิเคชันธนาคารและให้ข้อมูลตามที่คนร้ายบอก คนร้ายได้หลอกให้ผู้เสียหายกรอกเลขที่เอกสารในช่องหมายเลขบัญชีธนาคาร และกรอกรหัสสาขาในช่องจำนวนเงิน ทำให้ผู้เสียหายได้โอนเงินออกไปจากบัญชีโดยไม่ทราบว่าเป็นการโอนเงิน ซึ่งผู้เสียหายได้โอนเงินไปให้คนร้าย 2 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 762,995 บาท จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ก่อนเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินกับคนร้ายรายนี้ อีกทั้งพบว่าในวันเดียวกันยังมีผู้เสียหายรายอื่นที่ถูกกลุ่มขบวนการนี้หลอก ซึ่งมีเส้นทางการเงินเดียวกันอีก 20 ราย รวมความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท
ต่อมา พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด และชุดสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี ร่วมกันทำการสืบสวนแกะรอยเส้นทางการเงิน จนทราบว่ากลุ่มขบวนการแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้มีกลุ่มคนจีนและคนไทยหลายรายเกี่ยวข้องเป็นขบวนการใหญ่ พบว่า เงินของผู้เสียหายถูกโอนผ่านเข้าระบบทรูมันนี่และบัญชีม้าที่มีคนไทยเปิดบัญชีรองรับการโอนเงินหลายบัญชี เพื่อให้ยากต่อการติดตาม ก่อนโอนต่อไปยังบัญชีของกลุ่มจีนเทาอีกหลายบัญชี จึงรวบรวมพยานขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรี ออกหมายจับผู้กระทำผิดทั้งหมดรวม 9 ราย และขออนุมัติศาลอาญาธนบุรี ออกหมายค้นเป้าหมาย 3 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการบุกค้นบ้านเป้าหมาย จำนวน 2 จุด ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง บนถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ และจุดสุดท้ายค้นบ้านหลังหนึ่ง ภายในชอยเพชรเกษม 24 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
ผลการตรวจค้นสามารถเข้าเข้าจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิด 2 ราย ชายชาวจีน อายุ 46 ปี ถือสัญชาติไทย และหญิงสาว อายุ 60 ปี ขณะกำลังถอนเงินสด 7 ล้านบาท จากหน้าเคาน์เตอร์ของธนาคารแห่งหนึ่ง ภายในห้างย่านคลองสาน กรุงเทพฯ อีกทั้งได้ติดตามจับกุมตัว แก๊งร่วมขบวนการเป็นชาวจีน อีก 4 ราย พร้อมทั้งตรวจยึดทรัพย์สิน อาทิ เงินสด จำนวน 10,820,360 บาท รถยนต์ 2 คัน , รถจักรยานยนต์ 1 คัน เครื่องประดับต่างๆ กระเป๋าแบรนเนม สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม จำนวนมากรวม 229 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นกว่า 14 ล้านบาท เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 6 คนยังให้การปฏิเสธ
พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา "ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันกันเป็นอั้งยี่,ร่วมกันเป็นช่องโจร,ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สงคนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน" นำตัวส่งศาลจังหวัดนนทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
#ทลายจีนเทา
ข่าวทั้งหมด