การโจมตีนิคมฯ ราส ลัฟฟาน ในกาตาร์ มีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลเตหะรานกล่าวหาสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า โจมตีแหล่งน้ำมันและก๊าซของอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลเตหะรานขู่ว่า จะแก้แค้นด้วยการโจมตีแหล่งพลังงานในภูมิภาค
ส่งผลทำให้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว หลังจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลางได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานราคาน้ำมันโลก พุ่งสูงถึง 110.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบของสหรัฐฯ (WTI) แตะระดับ 99.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงแรงในวันพุธ (18 มี.ค.) หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด และคาดว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ ขณะที่ประเมินความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและสงครามอิหร่าน
ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 46,225.15 จุด ลดลง 768.11 จุด (-1.63%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,624.70 จุด ลดลง 91.39 จุด (-1.36%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,152.42 จุด ลดลง 327.11 จุด (-1.46%) ดัชนี S&P 500 ปิดต่ำสุดในรอบเกือบสี่เดือน และลดลงประมาณ 3% ในปีนี้
ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75%และคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ โดยไม่มีการส่งสัญญาณถึงช่วงเวลาแน่นอน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง หลังจากที่เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด แถลงข่าวหลังการประชุมและย้ำถึงความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจอันเป็นผลจากสงคราม รวมถึงตัวพาวแวล จะอยู่ครบวาระ แม้จะถูกตั้งคณะกรรมการสอบ
#เศรษฐกิจโลก
ข่าวทั้งหมด