ไทยประสานโอมาน เร่งช่วย 3 ลูกเรือมยุรี นารี - 20 ลูกเรือถึงไทยวันจันทร์นี้

วันนี้, 11:52น.


          ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทย ว่า โดยรวมในภูมิภาคตะวันออกกลางขยายวงนอกเหนือเป้าหมายทางทหาร โดยอิหร่านยกระดับการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพลังงาน ด้านการเดินเรือ และระบบไซเบอร์ที่เกี่ยวกับสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ในหลายประเทศในภูมิภาค ในขณะที่กองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยังคงโจมตีกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนอิสราเอล เลบานอนและเบลารุส สถานการณ์สู้รบในอิหร่านยังมีการสู้รบอย่างรุนแรงในอย่างมีนัยสำคัญ สถานเอกอัครราชทูตขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมติดตามข่าวสารจากทางการของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ที่รับผิดชอบในพื้นที่ของท่านและแจ้งข้อมูลข้อติดต่อไว้



          นอกจากนี้ ในกรอบอาเซียน เมื่อวานนี้ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่จัดขึ้นตามข้อเสนอของไทย มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียนเป็นประธาน



          ที่ประชุมเห็นพ้องว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความตึงเครียดและเรียกร้องให้มีการยุติความรุนแรงและให้เข้าสู่ทางการทูตโดยเร็ว และยึดมั่นในหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเสรีภาพในการบินและการเดินเรือ ที่ประชุมยังได้หารือผลกระทบ ที่มีต่ออาเซียนในหลายมิติ โดยเฉพาะเส้นทางการขนส่งสินค้า และห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตด้านเศรษฐกิจและพลังงาน โดยไทยได้เสนอให้มีการกระชับความร่วมมือด้านกงสุล โดยไทยได้เสนอให้กระชับความร่วมมือด้านกงสุล ผ่านเครือข่ายของสถานทูตในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤติร่วมกัน และยกระดับความร่วมมือภายใต้ความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียน ให้สามารถใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือก



          นายปาณิดล ยังกล่าวถึงการช่วยเหลือคนไทย และลูกเรือบรรทุกสินค้าไทยที่ประสบอุบัติเหตุทางช่องแคบฮอร์มุซ จำนวน 20 คน บริษัทเจ้าของเรือจะนำลูกเรือเดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมืองคาซาบไปยังสนามบินนานาชาติมัสกัต ประเทศโอมาน เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป โดยสถานเอกอัครราชทูตณ กรุงมัสกัต ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินและส่งมอบให้ลูกเรือทั้ง 20 คนแล้ว เนื่องจาก เส้นทางดังกล่าวต้องเดินทางผ่านพื้นที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนกลับเข้ามายังโอมาน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเจ้าบ้าน เพื่อขอให้เร่งรัดการออกวีซ่าให้กับลูกเรือทั้ง 20 คน



          ซึ่งล่าสุดลูกเรือทั้ง 20 คน ได้รับวีซ่าเข้ายูเออีแล้ว และทางการโอมานได้แจ้งยืนยันความพร้อมในการช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกเรือ ในการผ่านแดนเพื่อขึ้นเครื่องที่กรุงมัสกัตแล้ว ในชั้นนี้ลูกเรือจะมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทย ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม นี้



          ส่วนของการเร่งค้นหาและช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน ขอให้มั่นใจว่า กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพเรือ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด



          ปัจจุบันสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ซึ่งย้ายที่ทำการชั่วคราวไปยังศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวาน รกี ได้อพยพคนไทยที่ประสงค์เดินทางออกจากอิหร่านหมดแล้ว โดยยังคงติดต่อและประสานงานใกล้ชิดกับคนไทยที่ยังไม่ประสงค์กลับประเทศไทย และพร้อมอำนวยความสะดวก หากมีผู้ประสงค์เดินทางกลับเพิ่มเติมต่อไป



           ทั้งนี้ สถานการณ์การโจมตีที่รุนแรงขึ้นระหว่างอิสราเอล กับ อิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนคนไทยในพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอล ให้เข้าที่หลบภัยภายใน 1 นาที หากได้ยินเสียงไซเรน และขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปบริเวณชายแดนตอนเหนือของอิสราเอล ในภาพรวม สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกดูแล ให้คำแนะนำและประสานงานกับสายการบิน และมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับคนไทย



          ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ติดค้างที่ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อออกจากประเทศเสี่ยงในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยแล้ว รวม 591 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทย ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรก ด้วยความปลอดภัย



          ด้าน นายสันติ นันตสวุรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานและลูกเรือไทย ว่า รายงานข้อมูลจำนวนแรงงานไทยที่ทำงานและพำนักในพื้นที่ตะวันออกกลางทั้งสิ้น 67,047 คน แจ้งความประสงค์ผ่านสถานเอกอัครราชทูต เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย จำนวน 977 คน เดินทางกลับแล้ว 72 คน และอยู่ระหว่างทางกลับจากบาร์เรนในวันพรุ่งนี้อีก 9 คน



          ขณะที่การช่วยเหลือลูกเรือเหตุเรือสินค้ามยุรีนารีถูกโจมตี นั้น กระทรวงแรงงานดำเนินการประสานความช่วยเหลือ ให้บริษัทพรีเชียส ชิฟปิ้ง จำกัด (มหาชน) ดูแลช่วยเหลือลูกเรือ โดยจัดให้ทุกคนพักอาศัยที่โรงแรมในเมืองคาซาบ ประเทศโอมาน จัดอาหาร ยาเวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ลูกเรือทุกคนสามารถใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อสื่อสารไปยังครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนลูกเรือที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ได้รับการรักษาพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เพราะมีการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตจากผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยผ่านระบบออนไลน์



          นอกจากนี้กระทรวงแรงงาน ยืนยันว่า ลูกเรือจะได้ค่าจ้างเต็มจำนวน ค่าตอบแทนพิเศษในการปฏิบัติงานในพื้นที่ตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศทนับตั้งแต่วันที่เริ่มงานจนถึงวันที่เดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานคร โดยบริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างให้กับลูกเรือแต่ละรายในสิ้นเดือนของทุกเดือนตามปกติ ขณะที่ทรัพย์สินของลูกเรือที่ต้องสละไปพร้อมกับเรือ บริษัทฯ จะดำเนินการชดเชยเต็มจำนวนอย่างเหมาะสม และรักษาการจ้างงานของลูกเรือไว้ทุกราย ซึ่งขณะนี้โดยลูกเรือทั้ง 20 คน มีเอกสารประจำตัวพร้อมที่จะเดินทางกลับ และจะเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร ในวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมนี้



           ก่อนหน้านี้ นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม​ ยืนยันว่า​ ไม่มีเรือไทยที่ชักธง​ หรือถือสัญชาติไทย​ อยู่ในบริเวณดังกล่าว​แล้ว มีแต่เรือของบริษัท พรีเชียส ชิปปิ้ง​ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนเป็นสัญชาติสิงคโปร์ จอดเทียบท่าอยู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ลำ 



          ลำแรก มีลูกเรือ​ไทย​ 14 คน และลูกเรืออินเดีย 8 คน​ และลำที่​ 2 เป็นเรือบริษัทคนไทย แต่จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ มีลูกเรือคนไทย 22 คน ทั้ง 2 ลำอยู่ในสถานะปลอดภัย



          ทั้งนี้ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เจ้าของเรือ "มยุรี นารี" ออกแถลงการณ์ ยืนยันว่า ก่อนเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้ปรึกษาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วว่า สามารถเดินเรือผ่านเส้นทางได้ และขณะนั้นไม่มีคำเตือนว่าไม่ควรเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ



 



 



#สงครามตะวันออกกลาง



#ช่วยลูกเรือไทย 

ข่าวทั้งหมด

X