นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยว่า กรณีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์ซึ่งคุกคามความปลอดภัยของพลเรือนทั้งในและนอกภูมิภาค รวมถึงคนไทย พร้อมเรียกร้องให้มีการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและขอให้ทุกฝ่ายกลับสู่การเจรจา โดยเมื่อวานนี้ (12 มี.ค.69) กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยมาพบ และได้ประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทย พร้อมขอให้ทางอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งเอกอัครราชทูตอิหร่านฯ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรับจะไปรายงานการประท้วงของไทยให้ทางการอิหร่านทราบต่อไป ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน โดยขอบคุณโอมานที่ให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยจำนวน 20 คน ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ประสานพูดคุยกับเจ้าของเรือ และพร้อมดำเนินการนำลูกเรือไทยออกจากพื้นที่ ขณะที่ลูกเรืออีก 3 คนที่สูญหาย กระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป
กระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์ด้านพลังงาน โดยสถานการณ์การใช้น้ำมันในประเทศไทยช่วง 2 วันที่ผ่านมา กลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ซึ่งในวันนี้ (13 มี.ค.)กรมธุรกิจพลังงานและพลังงานจังหวัดทั่วประเทศตรวจสำรองน้ำมันในคลังทั้ง 122 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าไทยมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ
สำหรับการจัดหาปริมาณน้ำมันดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง ขณะนี้มีปริมาณน้ำมันที่จัดหาไว้เพียงพอต่อการใช้งานรวม 98 วัน พร้อมหารือเพื่อสนับสนุนการจัดหาแหล่งพลังงานสำรองอื่น ๆ ให้กับประเทศไทย รวมถึงแนวทางลดผลกระทบต่อราคาน้ำมัน และมาตรการลดใช้พลังงาน ซึ่งกระทรวงพลังงานได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว และได้แจ้งขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจะมีแคมเปญต่าง ๆ เกิดขึ้นในช่วงต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะบูรณาการความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อรับมือสถานการณ์ด้านพลังงานต่อไป
กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและภาวะการค้า พร้อมประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้ง และผลกระทบทั้งทางตรง ทางอ้อม และผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานมาตรการเพื่อรับมือสถานการณ์ ได้แก่ การตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าที่เชื่อมโยงกับพลังงาน ขณะที่การขอปรับราคาสินค้าจะพิจารณาอนุญาตตามต้นทุนที่แท้จริงที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น และหากพบการฉวยโอกาสหรือกักตุน จะมีบทลงโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีมาตรการดูแลปัจจัยการผลิต (ปุ๋ยเคมี) โดยสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการจำหน่ายปุ๋ยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา รวมถึงโครงการธงเขียวช่วยเหลือต้นทุนปุ๋ย และการช่วยเหลือเรื่องอาหารสัตว์ ขณะที่การช่วยเหลือเรื่องค่าระวางเรือและค่าประกัน กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันวางแนวทางช่วยเหลือต่อไป
กระทรวงคมนาคม รายงานสถานการณ์การช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และสถานการณ์การปิดสนามบินในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินที่บินมาประเทศไทยใน 5 สนามบินหลัก ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และกระบี่ เฉลี่ยกว่า 60 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบกว่า 6,000 คน และตัวเลขสะสมที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินรวมกว่าแสนคน อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมได้เร่งประสานและให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างอย่างเร่งด่วน
...
#สถานการณ์ตะวันออกกลาง
#ศูนย์บริหารและติดตาม