สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ตั้งเป้ารับซื้อใบและยอดอ้อย 5 ล้านตัน ผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล

วันนี้, 15:18น.


          นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและสร้างความผันผวนต่อตลาดพลังงานโลก คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เห็นชอบมาตรการบริหารจัดการเพื่อรองรับความเสี่ยงและป้องกันภาวะขาดแคลนพลังงาน 


          ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารรายใหญ่มีศักยภาพในการนำเศษวัสดุทางการเกษตร โดยเฉพาะ “ใบและยอดอ้อย” ที่ตกค้างจากการตัดอ้อยสดกว่า 9.5 ล้านตัน มาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลหรือเปรียบเสมือน “น้ำมันบนดิน” สำหรับการผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ประเทศไทยยังมีศักยภาพในการผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาลและมันสำปะหลัง รวมถึงน้ำมันไบโอดีเซล เพื่อนำมาผสมเป็นพลังงานทางเลือกทดแทนในช่วงที่ตลาดพลังงานตึงตัว 


          คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย จึงเห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 สำหรับฤดูการผลิตปี 2568/2569 โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้แก่ชาวไร่อ้อย ด้วยการขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อรับซื้อใบและยอดอ้อยในอัตรา 300 บาทต่อตัน สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบป้อนโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยตั้งเป้าหมายการรับซื้อสูงถึง 5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ระดับ 2.14 ล้านตัน เลขาธิการ สอน. เน้นย้ำว่าการผลักดันให้ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลถือเป็น “ทางรอด” ที่ยั่งยืนของภาคพลังงานไทย เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งการสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร การลดปัญหามลพิษจากการเผา และการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศสามารถก้าวข้ามวิกฤตการณ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม


...


#เชื้อเพลิงชีวมวล
ข่าวทั้งหมด

X