ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังเกิดการโจมตีเรือเพิ่มเติมในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ความวิตกเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานทวีความรุนแรง
สัญญาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 4.18 ดอลลาร์ หรือ 4.8% ปิดที่ 91.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.80 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 87.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า แม้ IEA จะเสนอปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ปริมาณดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานในตลาดโลกได้
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายในวันพุธ (12 มี.ค.) ปิดตลาดปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน แม้ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐจะออกมาตามคาดและอยู่ในระดับที่ค่อนข้างควบคุมได้
ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลดลง 289.24 จุด ปิดที่ 47,417.27 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 5.68 จุด ปิดที่ 6,775.80 จุด ส่วน Nasdaq Composite ซึ่งได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิปและเทคโนโลยี ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 19.03 จุด ปิดที่ 22,716.14 จุด
การซื้อขายตลอดวันเป็นไปอย่างผันผวน โดยนักลงทุนเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมัน หลังอิหร่านยังคงโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ตลาดกังวลถึงความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน
อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) พยายามสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาด โดยระบุว่าซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เสนอปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์จำนวน 400 ล้านบาร์เรล เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาด
ก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนล่าสุดเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยอัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ใกล้เป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ภายในช่วงครึ่งเปอร์เซ็นต์
ความกังวลด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอีก หลังผู้บัญชาการทหารอิหร่านเตือนว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจพุ่งแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมากกว่าสองเท่าของระดับปัจจุบัน
นักวิเคราะห์มองว่า ธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไป ขณะเดียวกันต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นกับสัญญาณการชะลอตัวของตลาดแรงงาน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อสูง (stagflation)
ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และความกังวลเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป ราคาทองสปอตลดลง 0.4% อยู่ที่ 5,169.02 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวขึ้นในการซื้อขายวันก่อนหน้า ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนเมษายนปิดลดลง 1.2% ที่ 5,179.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ข่าวทั้งหมด