สิ้น ศิลปินแห่งชาติ 'มัณฑนา โมรากุล' สิริอายุ 103 ปี เจ้าของบทเพลง 'จุฬาตรีคูณ'

09 มีนาคม 2569, 10:55น.


          วงการเพลงสูญเสียครั้งสำคัญอีกครั้งกับการจากไปของศิลปินชั้นครู “มัณฑนา โมรากุล”ศิลปินแห่งชาติ  ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อเวลา 21.40 น คืนวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ณ บ้านพุทธมณฑลสาย 2 สิริอายุ 103 ปี เจ้าของบทเพลง จุฬาตรีคูณ จันทร์แจ่มฟ้า ที่เคยโด่งดังในอดีต,สายลมว่าว, ชั่วชีวิต และลาแล้วจามจุรี เป็นต้น



          นับว่า เป็น นักร้องผู้มอบความสุขด้านเสียงเพลง และใช้บทเพลงช่วยขับกล่อมในช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งช่วงนั้นกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มีไม่มากนัก เพราะเป็นระยะที่ขาดแคลนภาพยนตร์ที่จะฉายตามโรงภาพยนตร์ต่างๆ จึงเป็นช่วงที่ผู้คนหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ผ่านบทเพลงอันไพเราะเหล่านี้ เพื่อช่วยคลายเหงา คลายกังวล ในระหว่างที่ต้องใช้ชีวิตในช่วงสงคราม



          มัณฑนา โมรากุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง ) พุทธศักราช 2552 เกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2466  ณ วังสวนสุพรรณของท่านเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ ในรัชการลที่ 5 อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร บิดาชื่อ หลวงสิริราชทรัพย์ เดิมชื่อ ชัย โมรากุล เป็นชาวจีน ที่รับราชการในกรมบัญชีกลาง มารดาชื่อ ผัน โมรากุล เป็นลูกหม่อมเครือ เครือสุวรรณ ซึ่งอยู่ในวังสวนสุพรรณ ในฐานะครูละคร สมรสกับนายบุญยงค์ เกียรติวงศ์ มีบุตร-ธิดา 4 คน คือ นางธนพร พลสุวัตติ์ นางนิชนา โมรากุล นายธำรง เกียรติวงศ์ และนางสาวยุวนุช เกียรติวงศ์ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนเสาวภา กรุงเทพฯ



          มัณฑนา โมรากุล เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโดดเด่นมาตลอดตั้งแต่เริ่มร้องเพลงที่กรมโฆษณาการ(กรมประชาสัมพันธ์) เริ่มมีผลงานขับร้องเพลงอัดแผ่นเสียงครั้งแรก โดยใช้ชื่อว่า จุรี โมรากุล ขณะนันอายุเพียง 14-15 ปีเท่านั้น คือ น้ำเหนือป่า จันทร์แจ่มฟ้า ต่อมาได้เล่นละครของครูพจน์ จารุวณิช เรื่องแม่ค้าทุเรียน และได้ร้องเพลงเอกของเรื่อง คือ เพลงทุเรียนดีๆ แต่งโดยครูพิมพ์ พวงนาค เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้น และยังมีโอกาสไปร่วมร้องเพลงกับวงดนตรีสากลของกรมโฆษณาการ  โดยการชักชวนของอธิบดีกรมโฆษณาการ เนื่องจากชื่นชอบในน้ำเสียงและลีลาการร้องเพลง จึงได้ร่วมร้องเพลงในงานวันคล้ายวันประสูติผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน



          จากนั้นก็ได้เข้ารับราชการเป็นนักร้องสตรีคนแรกประจำของวงของกรมโฆษณาการ พ.ศ. 2482 และในช่วงที่รับราชการในกรมโฆษณาการนางมัณฑนาได้ขับร้องเพลงปลุกใจ และเพลงพระราชนิพนธ์ รวมถึงเพลงไทยสากลประเภทต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมากกว่า 200 เพลง ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญและได้ผลดีเยี่ยม จนเป็นนักร้องยอดนิยมของประชาชนและของทางราชการ โดยได้ร้องเพลงออกอากาศทางวิทยุ และแสดงละครวิทยุเป็นประจำตลอดยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสงครามแล้วยังได้ทำหน้าที่เป็นศิลปินนักร้อง อีกทั้งได้แต่งเพลงและแสดงละครเวทีเพิ่มขึ้นอีก



          ตลอด 70 กว่าปี บนเส้นทางของการเป็นศิลปินนักร้องได้มอบความสุขในด้านเสียงเพลงมาโดยตลอดและถือว่าเป็นนักร้องเพลงสุนทราภรณ์ ที่เป็นนักร้องแม่แบบให้นักร้องรุ่นหลังๆ แม้แต่ รวงทอง ทองลั่นทม ศิลปินแห่งชาติ และบุษยา รังสี อีกทั้งมีผลงานที่สร้างชื่อเสียงกับวงดนตรีสุนทราภรณ์ ซึ่งรวมอยู่ CD แฟนคลับสุนทราภรณ์ ที่ยังหาซื้อได้ในปัจจุบันทั้งเพลงเดี่ยว และ เพลงคู่ อาทิ บัวกลางบึง, วังน้ำวน,วังบัวบาน, ดอกใกล้มือ, ภูกระดึง, ผู้แพ้รัก, สิ้นรักสิ้นสุข, จันทน์กะพ้อร่วง,สาส์นรัก, ศาสนารัก, สายลมครวญ, เมื่อไหร่จะให้พบ, สาริกาชมเดือน,อาลัยลา, เรณูดอกฟ้า, หากภาพเธอมีวิญญาณ, ทางที่ต้องกลับ,ปางหลัง, ภาพลวงตา, ผีเสื้อยามเช้าและเพลินเพลงค่ำ ฯลฯ



          นอกจากงานในสายการขับร้องและประพันธ์เพลงแล้ว ภายหลังจากที่ท่านลาออกจากราชการแล้ว ได้ร่วมกับสามีทำกิจการ โรงภาพยนต์ศรีพรานนกและเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง มารรัก เมื่อปี 2515 นำแสดงโดย ไพโรจน์ ใจสิงห์ และมยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช กำกับการแสดงโดย สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้เพลง “ชีวิตลำเค็ญ” เป็นเพลงประกอบ โดยนำมาให้ลัดดา ศรีวรนันท์มาขับร้องใหม่



          จากนั้นท่านได้ร่วมขับร้องเพลงในรายการโทรทัศน์เป็นครั้งคราว จนถึง พ.ศ.๒๕๑๕ จึงเลิกขับร้องเพลงอย่างถาวรด้วยเหตุผลทางสุขภาพ และใช้ชีวิตอย่างสงบกับบุตรธิดา ที่บ้านย่านพุทธมณฑลสาย ๒ แต่ยังได้ปรากฏตัวตามงานคอนเสิร์ตการกุศลบ้างเป็นบางโอกาส



          มัณฑนา โมรากุล ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล - ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ. 2552 (เป็นศิลปินแห่งชาติที่อายุมากที่สุดรองจากมารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา) 

ข่าวทั้งหมด

X