สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ผู้พิพากษาศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (U.S. Court of International Trade) มีคำสั่งเมื่อวันพุธ (4 มี.ค.) ให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มกระบวนการคืนเงินภาษีนำเข้ามูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์แก่ผู้นำเข้า หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรทั่วโลกของทรัมป์ไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางจุดยืนที่สวนทางกัน เมื่อปธน.ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลต่างปฏิเสธที่จะคืนเงินรายได้มหาศาลดังกล่าวในทันที โดยส่งสัญญาณว่าประเด็นนี้อาจต้องสู้กันในชั้นศาลอีกยาวนาน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยให้การเก็บภาษีในอัตราเลขสองหลักภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เป็นโมฆะ แต่ในคำวินิจฉัยไม่ได้ระบุชัดเจนว่ารัฐบาลจะต้องคืนเงินที่เก็บไปแล้วหรือไม่
ส่วนในคดีที่บริษัทผลิตแผ่นกรองแห่งหนึ่งเป็นผู้ยื่นฟ้อง ริชาร์ด อีตัน ผู้พิพากษาศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ระบุในคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรว่า "ผู้นำเข้าที่จดทะเบียนทุกราย ซึ่งรายการสินค้านำเข้าถูกเรียกเก็บภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA ล้วนมีสิทธิได้รับประโยชน์" จากคำวินิจฉัยของศาลฎีกาผู้พิพากษาได้สั่งการให้สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) เริ่มต้นกระบวนการคืนเงินภาษี โดยจะมีการพิจารณาคดีนี้อีกครั้งในวันศุกร์ (6 มี.ค.) ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าคำสั่งของศาลจะครอบคลุมไปถึงคดีฟ้องร้องอีกกว่า 2,000 คดีจากทั้งบริษัทสัญชาติอเมริกันและต่างชาติที่ยังคงค้างอยู่ในศาลการค้าฯ ด้วย
แม้รัฐบาลจะต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ทางกฎหมายอีกครั้ง แต่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นภาษีศุลกากรทั่วโลกอัตราใหม่จาก 10% เป็น 15% "ภายในสัปดาห์นี้"
#ภาษีนำเข้า
#สหรัฐทรัมป์
ข่าวทั้งหมด