พลตำรวจโทณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงข่าวสรุปปฏิบัติการ "ปิดฉาก อาจารย์ต้น อวตารพระผู้สร้าง ลด ละ กรรม" ขบวนการฟอกเงินบาปในคราบนักบุญ โดยก่อนหน้านี้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้เข้าจับกุมนายชวิศร์ สุนทรัตน์ หรือ นายต้น อายุ 48 ปี บริเวณหน้าคอนโดมิเนียมย่านเพชรเกษม 56 เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร หลังมีดารา-ไฮโซ แจ้งความว่าถูกหลอกสูญเงินกว่า 50 ล้านบาท และได้นำตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , สมคบกันฟอกเงิน , และร่วมกันฟอกเงิน
จากการสืบสวนพบว่า นายต้น มีพฤติการณ์ตั้งตนเป็นผู้วิเศษ อ้างว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทับร่างกลายเป็น "องค์พระผู้สร้าง" สามารถสื่อจิตเจรจากับเจ้ากรรมนายเวรได้ และยิ่งใหญ่กว่าพระเจ้าหรือพระศาสดาของทุกศาสนา โดยนายต้นได้ร่วมกับนางสาวพิมภรณ์ ภรรยา หลอกลวงผู้เสียหายให้เข้าร่วมปฏิบัติธรรม "มายด์ แอนด์ โซล (MIND AND SOUL) จัดกิจกรรม "ยกพระ" เพื่อตรวจสอบดูดวงชะตาและหลอกลวงผู้เสียหายว่ามีเจ้ากรรมนายเวรจากอดีตชาติติดตามอยู่ ต้องจ่ายเงินเป็น "ค่าครู" และ "ค่าลดละกรรม" เพื่อซื้อทางลัดสู่นิพพานให้พ้นกรรมได้อย่างรวดเร็วกว่าการทำบุญทั่วไป และ "ถ้าโอนผิดบัญชี ผีก็จะไม่ไป" พร้อมสร้างระบบเครือข่าย ชักชวนคนอื่นมาเป็นสมาชิก เพื่อเสริมสร้างบารมี จนมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อไม่น้อยกว่า 14 คน มูลค่าความเสียหายเฉพาะที่มีหลักฐานโอนเงินกว่า 15 ล้านบาท และ ณ ปัจจุบันมีการโอนเงินเข้าบัญชีอาจารย์ต้นรวมกว่า 50 ล้านบาท บางรายโอนเงินให้ถึง 8,000 ครั้ง หนึ่งในผู้เสียหายคือ "มัดหมี่" พิมดาว พานิชสมัย ดาราสาวอีกคน ถูกหลอกไป 8 ล้านบาท
แต่ยอดเงินนี้ยังไม่นับเงินบริจาคผ่านช่องทางอื่น ๆ อีก เช่น การบริจาคเป็นเงินสด หรือคดีของ "ดาต้า" ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ ดาราสาว ถูกหลอกซื้อที่ดินสร้างสถานปฏิบัติธรรมไป 50 ล้านบาท ซึ่งแยกดำเนินคดีเป็นอีกคดี
แต่เงินทั้งหมดกลับถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของขบวนการอาจารย์ต้น และบริษัทที่เปิดขึ้นบังหน้า และนายต้นก็นำเงินไปใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย ซื้อบ้านหรู มูลค่า 30 ล้านบาทและรถยนต์หรูอีก 2-3 คัน รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 40 ล้านบาท ไม่ได้นำไปทำพิธีตามที่กล่าวอ้าง ก่อนที่จะมีผู้เสียหายออกมาแฉอาจารย์ต้น ทำให้อาจารย์ต้นกับพวกต้องหลบหนีออกนอกประเทศ และกลับเข้ามาในไทยอีกครั้งผ่านช่องทางธรรมชาติ จนกระทั่งถูกจับกุม
จากการตรวจสอบประวัตินายต้น พบว่าปี 2557 อาจารย์ต้นเคยฉ้อโกงเงินบริษัทประกันภัย โดยอ้างว่าภรรยาตายแล้ว เพื่อเอาค่าสินไหมทดแทนกว่า 4 ล้านบาททั้งไม่ได้ตายจริง จนอาจารย์ต้นถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันฉ้อโกง จากนั้นก็ยังถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อ 26 กรกฎาคม 2565 ก่อนจะผันตัวมาเป็นอาจารย์ต้นหลอกลวงผู้คน และเมื่อถูกจับกุมก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวภรรยาของอาจารย์ต้นมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผลต่อไป
ด้านดาราสาว "ดาต้า ดรัลชรัส" และ "มัดหมี่ พิมดาว" ผู้เสียหายในคดีนี้ ได้ร่วมสังเกตการณ์ในงานแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย ก่อนจะให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดย "มัดหมี่" เล่าว่า ปี 2567 ตนเองเครียดสะสมเป็นซึมเศร้า และเล่นซีรีย์แต่ถอดคาแรคเตอร์ตัวละครไม่ออก ไปพบทั้งจิตแพทย์ และพระแล้วแต่ก็ไม่หาย จึงมีพี่ที่รู้จักแนะนำให้ไปหาอาจารย์ต้น และอาจารย์ต้นบอกว่า อาการที่ตนเองปวดหัว ปวดท้อง นอนไม่หลับนั้น ต้องจ่ายเงินเพื่อลด ละ กรรม แต่ละครั้งก็จะมีการจ่ายเงินไม่เท่ากัน เคยจ่ายค่าลด ละ กรรมครั้งเดียวสูงสุด 1 ล้านบาท และยังมีบริจาคช่วยค่าจัดพิธีปฏิบัติกรรม รวมสูญเงินทั้งสิ้น 8 ล้านบาท
ส่วน "ดาต้า" เล่าว่า ตอนเข้าไปแรกๆ เป็นศิษย์ใหม่ ก็จะเน้นพูดหลักธรรมปกติ ทำบุญทำทาน เริ่มจากทำบุญที่ไหนก็ได้ ได้บุญเหมือนกันหมด เพื่อให้เรายึดเป็นที่พึ่งทางใจ และหลงเชื่อ พอเริ่มศรัทธาจนไม่สงสัยอะไรในตัวอาจารย์ต้นแล้ว ก็จะเริ่มบอก "ทำบุญกับอาจารย์ต้นดีที่สุด" มีการบอกว่า "มีผีติดตาม หากไม่บริจาคเงิน ผีก็จะไม่ไป" นอกจากนี้อาจารย์ต้นก็ทราบว่าตนเองเคยสร้างสถานปฏิบัติธรรมที่อื่นมาแล้วหลายที่ จึงนำที่ดินเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มาบอกให้ตนเองซื้อเพื่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม รวมเงินที่เสียไปทั้งสิ้นประมาณ 50 ล้านบาท ตลอดเวลาที่ไปที่สำนักของอาจารย์ต้นก็เห็นเหล่าดาราไปอยู่เรื่อยๆ มีหลายคน แต่ตนเองก็ไม่ทราบว่าอีกฝ่ายแจ้งความดำเนินคดีไหม แต่วันนี้ก็รู้สึกโล่งใจที่จับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จ
#รวบต้นหลอกกรรม
#กองปราบปราม
ข่าวทั้งหมด