หลังบรรยายสรุปแก่คณะทูต เกี่ยวกับผลการเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) และการหารือกับ รมว.ต่างประเทศของเมียนมา เมื่อวันที่ 23 ก.พ. และเดินทางไปเยือนเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าได้บรรยายสรุปให้แก้คณะทูต ในสองประเด็น คือ การไปเยือนปารีส และเจนีวา เพื่อกล่าวถ้อยแถลงที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน และพบกับข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยมีประเด็นหลักที่ต้องการสื่อสารคือสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ตนได้พยายามชี้แจงกับทุกฝ่ายที่มีโอกาสได้พบ และในถ้อยแถลงของตนคือ เราต้องการเดินหน้าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชา
แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือในการพูดคุยกันโดยตรงกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ก็เห็นพ้องกันว่าจะมีการเดินไปข้างหน้า จะทำอย่างไรให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน สร้างความไว้ใจ และให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยว่าจะเดินหน้าความสัมพันธ์ แต่รู้สึกผิดหวังกับการแสดงท่าทีของฝ่ายกัมพูชาขณะที่ไปเยือนประเทศต่าง ๆ กลับสวนทางกับสิ่งที่แสดงต่อตน ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวว่าไทยยึดครองพื้นที่ และเราไม่พร้อมที่จะมีการเจรจาในกรอบคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนทางบก ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
และยังพบว่า กัมพูชายังมีการปล่อยข่าวจำนวนมากที่สร้างความเข้าใจผิด วันนี้จึงแถลงต่อคณะทูตว่า คือประเทศไทยยังมีความปรารถนาที่จะเดินหน้า ให้การหยุดยิงเกิดผล และนำไปสู่ความคืบหน้าในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่เราไม่สามารถทำฝ่ายเดียวได้ ต้องขึ้นอยู่กับกัมพูชาด้วย ส่วนตัวไม่ทราบเจตนาของฝ่ายกัมพูชา แต่หากจะมองว่าต้องการสร้างแรงกดดันต่อไทยโดยการใช้ประชาคมโลก แต่จากการสังเกต พบว่าประชาคมโลกก็ไม่ได้มีท่าทีใด เพราะคงทราบแล้วว่าวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือปล่อยให้ไทยกับกัมพูชาเจรจากันเอง หากมีประเทศมือที่สามเข้ามายุ่งเกี่ยวจะทำให้มีความยุ่งยากมากขึ้น
มาตรการต่อไปที่ไทยจะผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาไทย - กัมพูชา นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ขณะนี้กัมพูชามีอยู่ 2 ทางเลือกเท่านั้น คือจะเลือกเส้นทางสันติภาพ หรือเส้นทางความขัดแย้งที่นำมาสู่ความสูญเสีย แต่ย้ำว่า แม้กัมพูชาจะเลือกความขัดแย้ง ไทยก็ไม่กลัว เพราะจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตยของประเทศ แต่ไทยจะพยายามเลือกเส้นทางที่เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และไม่นำไปสู่ความสูญเสีย
ขณะเดียวกัน ก็กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยใจ คือการต้องมาปรับถ้อยแถลงในส่วนไทย - กัมพูชา ซึ่งแม้ว่าไทยจะพยายามมองไปข้างหน้าตลอดเวลา กัมพูชาก็ยังคงย้ำแต่เรื่องเดิม ๆ แต่หากไม่กล่าวถ้อยแถลงตอบโต้ จะกลายเป็นว่าไทยถูกใส่ร้ายอยู่ฝ่ายเดียว และสิ่งที่ใส่ร้ายก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ ประเด็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในขณะนี้ ไทยยังคงต้องการให้ความขัดแย้งดังกล่าวถูกแก้ไขด้วยแนวทางสันติวิธี ยึดหลักสิทธิมนุษยชน และคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งจะนำไปสู่ฉากทัศน์ที่แย่ลงกว่าเดิม
#ไทยพร้อมตอบโต้
#เขมรบิดเบือนรุกราน
ข่าวทั้งหมด