คดีคนร้ายบุกชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าย่านสุขุมวิท เมื่อวันที่ 30 มกราคม กวาดทองคำหนักประมาณ 198 บาท พร้อมเงินสดราว 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ก่อนถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ โดยผู้ต้องหาคือ นายจะลอ หรือ “ทิว” อายุ 29 ปี ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ
พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการ บช.น. ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีกับตำรวจในพื้นที่ สน.พระโขนง สน.ทองหล่อ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มีเป้าหมายสำคัญเพื่อตรวจสอบข้อสงสัยว่า นายจะลอ หรือ ทิว เป็นคนร้ายรายเดียวกับคดีชิงทรัพย์ร้านทองในปี 2562 หรือไม่ หลังพบว่ารูปพรรณสัณฐาน ตำหนิ และพฤติการณ์การก่อเหตุมีลักษณะคล้ายคลึงกันอย่างมาก
ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยการเปรียบเทียบ DNA ยืนยันชัดเจนว่า นายจะลอคือบุคคลเดียวกันกับคนร้ายคดีชิงทองในห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 4 เมื่อปี 2562
สำหรับคดีเมื่อปี 2562 ขณะนั้น พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ยังดำรงตำแหน่งรอง ผบก.สส.บช.น. ในยศ พ.ต.อ. และเป็นหนึ่งในทีมคลี่คลายคดีดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บตัวอย่าง DNA จากบริเวณมือจับด้านซ้ายของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าสีเหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งใช้เป็นพาหนะหลบหนีหลังเกิดเหตุ กระทั่งล่าสุดเมื่อนำ DNA ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับของนายจะลอ หรือ ทิว พบว่าตรงกันอย่างชัดเจน
การยืนยันผลครั้งนี้นับเป็นการปิดฉากคดีค้างคาที่ยืดเยื้อมานานกว่า 7 ปี และเชื่อมโยง “โจรหมวกฟาง” กับ “โจรสวมวิก” ว่าเป็นบุคคลเดียวกัน
หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะรวบรวมผลการตรวจพิสูจน์เสนอพนักงานอัยการ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในคดีปี 2562 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
#โจรชิงทอง
#ตำรวจไทยไม่แพ้ใครในโลก
ข่าวทั้งหมด