สตช. เปิดสถิติอุบัติเหตุทางถนน 'ขับเร็ว' ยังครองสาเหตุอันดับ 1

วันนี้, 16:42น.


          พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญกับการลดอุบัติเหตุทางถนนและความปลอดภัยของประชาชน ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) จึงได้พัฒนาและใช้งานระบบฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน Police Road Safety (PRS) เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก นำไปใช้กำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 




 


          สถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุทางถนนปี 2568 จากระบบ PRS พบว่าอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น 20,967 ครั้ง ลดลงจากปีก่อนกว่า 11% ผู้เสียชีวิต 11,779 ราย ลดลงกว่า 15% และผู้บาดเจ็บ 12,182 ราย ลดลงกว่า 20% สะท้อนผลจากการทำงานเชิงรุกของตำรวจจราจรทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุยังคงเป็นการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด รองลงมาคือการตัดหน้ากระชั้นชิด ง่วงหลับใน ขับจี้ท้าย และเมาสุรา ขณะที่ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นรถจักรยานยนต์


 




         


           ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจำนวนไม่น้อยเกิดจากสภาพยานพาหนะที่ไม่พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะไฟหน้าและไฟท้ายชำรุด ซึ่งทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงและผู้ร่วมทางสังเกตเห็นได้ยาก, การดัดแปลงสภาพรถที่ไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรม ส่งผลต่อสมรรถนะการควบคุมรถ, ระบบเบรกขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ทันในสถานการณ์ฉุกเฉิน และยางระเบิดจากการเสื่อมสภาพหรือเติมลมไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้รถเสียการทรงตัวอย่างฉับพลัน รวมถึงไฟเลี้ยวชำรุด ซึ่งทำให้ไม่สามารถแจ้งเตือนผู้ร่วมทางก่อนเปลี่ยนช่องจราจรหรือลี้ยวรถ นำไปสู่การเฉี่ยวชนได้ง่าย


 


           ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้รถให้ตรวจเช็กสภาพยานพาหนะอย่างสม่ำเสมอ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตามมาตรฐานความปลอดภัย และงดเว้นการดัดแปลงสภาพรถที่ผิดกฎหมายหรืออาจก่อให้เกิดอันตราย


 


            พล.ต.อ.สำราญฯ ยังได้กำชับแนวทางการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นระบบ โดยให้บังคับใช้กฎหมายกับพฤติกรรมเสี่ยงหลักอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการขับรถเร็วและตัดหน้ากระชั้นชิด ควบคู่กับการให้ความรู้และขยายผลการวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ถอดบทเรียนจากพื้นที่ที่มีผลการดำเนินงานดี พร้อมเร่งแก้ไขจุดเสี่ยงที่ค้นพบจากระบบ PRS และผลักดันความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันรณรงค์และสร้างพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน


 


            ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า อุบัติเหตุทางถนนไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นเรื่องของพฤติกรรมและการตัดสินใจของผู้ขับขี่ในแต่ละวินาที หากทุกคนเคารพกฎหมาย มีวินัยจราจร และตรวจสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง จะสามารถลดความสูญเสียได้จริง เพราะบนท้องถนนไม่มีโอกาสให้ย้อนกลับ มีเพียงการป้องกันล่วงหน้าเท่านั้นที่จะรักษาชีวิตไว้ได้


 


 


#สถิติอุบัติเหตุตำรวจ


 


 


Cr:สำนักงานคำรวจแห่งชาติ 


 


 


 
ข่าวทั้งหมด

X