หลังจาก ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง คัดค้านการกำหนดมาตรการภาษีทั่วโลกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2568 ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลางที่ให้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติด้านทรัมป์ระบุว่า คำตัดสินดังกล่าวเป็นเรื่องน่าอับอาย และกล่าวว่าเขาจะใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 2517 เพื่อกำหนดภาษีทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน เพื่อทดแทนมาตรการฉุกเฉินที่ถูกศาลสูงสุดยกเลิก ล่าสุด ปรับขึ้นภาษีทั่วโลก เป็นร้อยละ 15
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโพสต์ผ่านเพจส่วนตัวชี้ให้เห็นว่า "ผ่าแผน ทรัมป์ ใช้ช่องกฎหมาย 150 วัน" จากการที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ วินิจฉัยตีตกมาตรการภาษีชุดเดิม โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โต้กลับด้วยการประกาศใช้ มาตรา 122 ภายใต้กฎหมาย Trade Act 1974 เรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% จากทุกประเทศทั่วโลก นั้นมองว่า
1.เป็นมาตรการชั่วคราวตามกฎหมายมีอำนาจบังคับใช้เพียง 150 วัน
2.เกมการเมืองแม้กฎหมายเพดานสูงสุดคือ 15% แต่ทรัมป์เลือกเก็บ 10% สะท้อนถึงการ "รักษาหน้า" มากกว่าเจตนาเก็บจริงจัง
3.ความยากในการต่ออายุหากจะขยายเวลาเกิน 150 วัน ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งมีความท้าทายสูงทั้งในแง่การเมืองและการตีความข้อกฎหมาย
ข่าวดีส่งออกไทย ได้อานิสงส์ ภาษีลดฮวบ ในเชิงเปรียบเทียบ ประเทศไทยถือว่าได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้ เนื่องจากการเจรจาเดิมไทยเคยถูกวางเป้าไว้ที่อัตราภาษีถึง 19% การปรับลดลงมาเหลือ 10% เท่ากับประเทศอื่นๆ ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยดีขึ้นทันที สินค้าไทยที่ได้รับยกเว้น ทรัมป์ระบุข้อยกเว้นในกลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตเองได้ หรือเป็นวัตถุดิบจำเป็น ได้แก่ อาหาร อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท รถกระบะบางชนิด
แม้ปัจจัยภายนอก (ส่งออก) จะมีทิศทางบวก แต่คุณกรณ์เน้นย้ำว่าเครื่องยนต์หลักของไทยยังติดขัดใน 3 จุดสำคัญ
1.กำลังซื้อภายในประเทศอ่อนแอ ประชาชนไม่มีกำลังจับจ่าย
2. วิกฤตสินเชื่อ สถิติการปล่อยสินเชื่ออยู่ในระดับต่ำมาก
3.ความเสี่ยงหนี้เสีย (NPL) ทั้งในส่วนของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่เป็นระเบิดเวลาสำคัญ
ยังมีปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์"อิหร่าน" โดยภาคการค้าโลกยังวางใจไม่ได้ เพราะอาจเกิดกรณีที่ทรัมป์พยายามกู้หน้าผ่านนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งกับ อิหร่าน
+++กรณีดี คือ จบลงด้วยการเจรจาและข้อตกลงทางการค้า/การทูต
+++กรณีที่แย่ คือ การใช้กำลังทหาร ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อต้นทุนพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก
การเปลี่ยนผ่านนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ครั้งนี้อาจเป็น "ลมช่วยพัด" ให้การส่งออกไทยในระยะสั้น แต่หัวใจสำคัญคือรัฐบาลไทยจะแก้โจทย์ "กำลังซื้อในประเทศ" ที่ซบเซาได้อย่างไรภายใต้สภาวะหนี้ท่วม
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,625.97 จุด เพิ่มขึ้น 230.81 จุด ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,909.51 จุด เพิ่มขึ้น 47.62 จุด และดัชนีNasdaqปิดที่ 22,886.07 จุด เพิ่มขึ้น 203.34 จุด
#ภาษีทรัมป์
ข่าวทั้งหมด