ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเป็นการด่วนเพื่อแก้ลำคำตัดสินของศาลฎีกา โดยคำสั่งเก็บภาษี 10% จะเริ่มมีผลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และจะบังคับใช้ชั่วคราวเป็นเวลา 150 วัน หลังจากนั้นหากต้องการขยายเวลาออกไปอีกจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา พร้อมกันนี้ทรัมป์ยังมีคำสั่งให้เปิดการสอบสวนว่า ภายใต้กฎหมายอื่นๆ จะมีช่องทางให้เขาสามารถเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมได้หรือไม่
อัตราภาษี 10% นี้อยู่ภายใต้มาตรา 122 ของพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 ซึ่งมานำมาใช้แทนที่ภาษีบางส่วนที่ทรัมป์เคยเรียกเก็บ 10-50% ภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศปี 1977 หรือ IEEPA ที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากฎหมายนี้ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีศุลกากร
อย่างไรก็ดี การเก็บภาษี 10% ล่าสุดนี้ยังคงยกเว้นให้กับผลิตภัณฑ์ด้านการบินและอวกาศ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะขนาดเล็กบางประเภท สินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก ที่สอดคล้องกับข้อตกลงการสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา รวมถึงยา แร่ธาตุสำคัญบางชนิด และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
นับเป็นความไม่ละความพยายาม โดยทรัมป์บอกว่า ยังมีทางเลือกอื่นที่ดีเยี่ยมซึ่งอาจจะทำให้สหรัฐฯ ได้เงินเพิ่มและเศรษฐกิจจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยระยะ 5 เดือน ที่มาตรการภาษี 10% มีผลบังคับใช้นั้นจะช่วยให้รัฐบาลสามารถดำเนินการสอบสวนเพื่อหาทางขึ้นภาษีได้ต่อไป
และเมื่อนักข่าวถามว่าหลังจากมีการตรวจสอบแล้วจะมีการขึ้นภาษีในอัตราที่สูงขึ้นหรือไม่ ทรัมป์ก็ตอบว่า อาจจะสูงขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าต้องการให้เป็นเท่าไร ประเทศที่ปฏิบัติอย่างเลวร้ายกับสหรัฐฯ อาจเผชิญภาษีในระดับสูง ส่วนประเทศอื่นๆ อัตราภาษีก็จะสมเหตุสมผล
คำตัดสินของศาลฎีกา อาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องคืนเงินรายได้จากภาษีศุลกากรราว 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.44 ล้านล้านบาท) ที่จัดเก็บได้ในปีที่ผ่านมาให้กับบริษัทผู้นำเข้าของสหรัฐฯ ทรัมป์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการฟ้องร้อง ซึ่งต้องใช้เวลา 2-5 ปี บ่งชี้ว่ากระบวนการคืนเงินอัตโนมัติอย่างรวดเร็วนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้
#ทรัมป์เก็บภาษีสินค้านำเข้า
ข่าวทั้งหมด