ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรัฐบาลอินโดนีเซีย บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการลดภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จากร้อยละ 32 เหลือร้อยละ 19 แลกกับการที่อินโดนีเซียจะลดอุปสรรคทางการค้าสำหรับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มากกว่าร้อยละ 99 ซึ่งรวมถึงสินค้าเกษตร การดูแลสุขภาพ อาหารทะเล เทคโนโลยี และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์
นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าอินโดนีเซียบางรายการ รวมถึงเสื้อผ้าและสิ่งทอบางชนิดที่ผลิตจากฝ้ายและวัสดุสังเคราะห์ซึ่งนำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งนายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะทำลายอุปสรรคทางการค้าพร้อมส่งเสริมผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน
ข้อตกลง ยังเกิดขึ้นระหว่างการเยือนวอชิงตันของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการสันติภาพที่นำโดยประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการฟื้นฟูฉนวนกาซา
นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย กล่าวว่า ข้อตกลงฉบับนี้เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย และจะจูงใจการลงทุนมายังอินโดนีเซียมากขึ้น โดยอินโดนีเซียได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้ามากกว่า 1,700 รายการ ทั้งกาแฟ เครื่องเทศ ช็อกโกแลต ยางธรรมชาติ และที่สำคัญคือ น้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ
เมื่อวันพุธ (18 ก.พ.69) บริษัทจากอินโดนีเซียและสหรัฐอเมริกายังมีการลงนามในข้อตกลงหลายฉบับ มูลค่า 38,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับความร่วมมือในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เทคโนโลยี สิ่งทอ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งประธานาธิบดีปราโบโวกล่าวในระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำในวันเดียวกันว่า ข้อตกลงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงด้านภาษีศุลกากร และจะช่วยให้อินโดนีเซียลดดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ
...
#ภาษีทรัมป์
#อินโดนีเซีย
ข่าวทั้งหมด