กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดเดินทางไปยังนครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อร่วมการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (เอชอาร์ซี) สมัยที่ 61 และการประชุมต่างๆ โดยจะกล่าวถ้อยแถลงผลกระทบของขบวนการหลอกลวงออนออนไลน์ ทั้งประเด็นการตกเป็นผู้เสียหาย การบังคับใช้แรงงาน การลิดรอนเสรีภาพความรุนแรงทางจิตใจ และการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบด้านสังคมและเศรษฐกิจต่อประเทศต่างๆ และจะแสดงวิสัยทัศน์จากการที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เมื่อเดือนธันวาคม 2568 รวมถึงการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งไทยมีความคิดเห็นในหลายด้าน ในโอกาสที่ไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ วาระ 2568-2570 ด้วย
นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ จะพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงขององค์การสหประชาชาติ และข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อหารือถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับสหประชาชาติ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่สำคัญในภูมิภาค รวมถึงจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆ ของไทย ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
และจะเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองที่จัดโดยแซมเบีย ในฐานะที่เป็นประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือ อนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 23 ซึ่งจะเป็นโอกาสดีที่จะกระชับความสัมพันธ์กับประธานรัฐภาคีฯ พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา และขอให้มีการดำเนินต่อรัฐภาคีที่ละเมิดอนุสัญญาด้วย
ทั้งนี้ ก่อนการเดินทางไปยังนครเจนีวา นายสีหศักดิ์ จะเดินทางไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อพบผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ด้วย
นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา ว่า เป็นการเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำระดับรัฐมนตรีที่มีกำหนดเดินทางไปอยู่แล้ว แต่หากกัมพูชาจะใช้เวทีนี้กล่าวหาหรือพาดพิง ไทยก็พร้อมตอบโต้ ซึ่งไทยพยายามบอกฝ่ายกัมพูชาว่าถ้าหากต้องการเดินหน้าความสัมพันธ์ ก็จะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน หลีกเลี่ยงการกล่าวหา เราต้องเดินหน้าไม่ถอยหลัง ซึ่งเราทราบว่าในเวทีต่างๆ เขาจะมีการกล่าวหาประเทศไทยในเรื่องต่างๆ จึงคิดว่าเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีให้ความสัมพันธ์เดินหน้าต่อไป ขอให้ฝ่ายกัมพูชาร่วมมือหลีกเลี่ยงการกล่าวหาต่างๆ และหยุดการกระทำที่กลับไปกลับมา รวมถึงกลับสู่แนวทางตามข้อตกลงหยุดยิงเพื่อให้ความสัมพันธ์เดินหน้า และกล่าวด้วยว่า ต้องเดินหน้าตามการหยุดยิง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่ยั่วยุตามชายแดน เพราะสุดท้ายแล้วทั้ง 2 ฝ่ายต้องคุยกัน จึงม่มีประโยชน์ที่จะกดดันไทยในเวทีต่างประเทศ
...
#คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน
#กัมพูชา
#กระทรวงการต่างประเทศ
ข่าวทั้งหมด