สภาพัฒน์ฯ รายงาน เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 ขยายตัว ร้อยละ 2.5

วันนี้, 12:52น.


          นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 ขยายตัวได้มากกว่าที่คาดไว้ที่ 1% เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการเร่งตัวขึ้นค่อนข้างแรงของเครื่องชี้ในหลายตัว โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ที่ขยายตัวได้ถึง 11.2% ตลอดจนการลงทุนของภาครัฐ ที่ขยายตัวได้ถึง 13.3% ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของหน่วยงานราชการต่าง ๆ และการลงทุนของภาคเอกชน ที่ขยายตัวได้ 6.5%



          เลขาธิการสภาพัฒน์ เชื่อว่า เศรษฐ์กิจเติบโต จากการลงทุนของภาครัฐและเอกชนที่เติบโตในระดับสูง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่งพลัส ที่ออกมาในช่วงไตรมาส 4 นั้น ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้น sentiment การใช้จ่ายภาคเอกชนที่เป็นการใช้จ่ายส่วนบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่สะท้อนจากการบริโภคที่โตได้ 3.3% ในไตรมาส 4



          ส่วนรัฐบาลใหม่ ควรจะดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในปี 2569 หรือไม่ เพราะฟิชท์ เรตติ้ง ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มองว่ามาตรการดังกล่าวจำเป็นต้องใช้งบประมาณราว 1% ของ GDP นั้น เลขาธิการสภาพัฒน์ ให้ความเห็นว่า ถ้ารัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินโครงการคนละครึ่งต่อเนื่อง ก็คงต้องพิจารณาเครื่องชี้เศรษฐกิจตัวอื่นประกอบกันไปด้วย เนื่องจากมาตรการดังกล่าวเป็นการทำในกรณีที่ประเทศมีการบริโภคลดลงมาก จึงต้องหามาตรการเข้าไปช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายการบริโภคของประชาชน ซึ่งการจะดำเนินมาตรการคนละครึ่งให้เกิดประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ก็คงต้องขึ้นกับงบประมาณ และสถานการณ์ในขณะนั้นด้วย



          นอกจากนี้ การขยายตัวได้ดีของเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 ยังเป็นผลจากการปรับตัวดีขึ้นของภาคนอกเกษตร ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและกลุ่มบริการ โดยเฉพาะสาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม สาขาการทำเหมืองแร่ และเหมืองหิน สาขาการก่อสร้าง สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า และสาขาการขายส่งและการขายปลีก ขณะที่ภาคเกษตรชะลอลง



          ด้านการใช้จ่าย อุปสงค์ในประเทศปรับตัวดีขึ้น ทั้งการอุปโภคบริโภคขั้นสุดท้ายของเอกชน การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคขั้นสุดท้ายของรัฐบาลและการสะสมทุนถาวรเบื้องต้น ส่วนการส่งออกสินค้าและบริการชะลอลง



          ด้านต่างประเทศนั้น การส่งออกสินค้าสามารถขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ และแผงวงจรรวม ตามอุปสงค์ของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกที่ขยายตัวค่อนข้างสูงตามวัฎจักรขาขึ้นของสินค้าในกลุ่มดังกล่าว อีกทั้งมีการลงทุนในกลุ่ม AI อย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยโดยรวมขยายตัวได้ 2.4% มากกว่าเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 2.0%



          เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวด้วยว่า เศรษฐกิจไทยปี 68 ที่เติบโตได้ดีกว่าที่คาดไว้นั้น เป็นผลมาจากเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 ที่ขยายตัวได้ดีกว่าที่คาด ซึ่งคงต้องไปพูดคุยกัน เพราะคนละครึ่ง เป็นนโยบายที่รัฐบาลได้หาเสียงไว้ และคนต่างก็มีความคาดหวัง แต่จะทำหรือไม่นั้น ต้องดูหลายปัจจัยให้รอบด้านก่อนที่จะทำ ดูเครื่องชี้เศรษฐกิจ ดูงบประมาณ และดูช่วงเวลาที่เหมาะสม





 



#เศรษฐกิจ



#สภาพัฒน์  



 

ข่าวทั้งหมด

X