ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าที่ ร.ต.ภาศกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. แถลงภาพรวมการเลือกตั้ง โดย ว่าที่ ร.ต.ภาศกร กล่าวว่า วันนี้ กกต.มีมติสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่ 3จังหวัด3หน่วยเลือกตั้ง
1. กทม.คันนายาว หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้ง15 เพราะในคืนนั้นมีเหตุพายุ ฝนฟ้าตก ทำให้บัตรเลือกตั้งและหีบคะแนนชำรุดเสียหาย กกต.ได้ตรวจสอบรายงาน กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง เรียบร้อยแล้ว จึงใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 121 ในการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ โดยกำหนดให้มีเลือกตั้งใหม่ 22 กุมภาพันธ์นี้
2.จ.น่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เป็นกรณีที่ ประธานกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ประกาศงดนับคะแนน เพราะมี กปน.ฉีกบัตรเลือกตั้งคร่อมกับหมายเลขผู้สมัครทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าบัตรดีหรือบัตรเสีย จึงใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 121 ในการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ โดยกำหนดให้มีเลือกตั้งใหม่ 22 กุมภาพันธ์นี้ เฉพาะแบบแบ่งเขต
3.จ.อุดรธานี เป็นกรณีใน เขตเลือกตั้งที่ 6 หน่วยเลือกตั้งที่ 4 อำเภอไชยวาน กปน.ฉีกบัตรเลือกตั้งซึ่งมีการฉีกบัตรคร่อมหมายเลขของพรรคการเมือง ในกรณีบัตรบัญชีรายชื่อ ซึ่งมีการพบตอนนับคะแนน จึงได้ประกาศงดการนับคะแนน ทั้งนี้ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง เสนอกกต.ให้ลงคะแนนใหม่ ในแบบบัญชีรายชื่อ จึงใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 121 ในการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ โดยกำหนดให้มีเลือกตั้งใหม่ 22 กุมภาพันธ์นี้ เฉพาะบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ
ทั้งนี้ที่จ.น่าน และ จ.อุดรธานี กกต.สั่งให้มีการเปลี่ยนกรรมการประจำหน่วยชุดใหม่
ส่วนจ. มหาสารคามในเขตเลือกตั้งที่ 1 กรณีมีการทักท้วงเรื่องป้ายรวมคะแนนซึ่งติดตั้งณบริเวณศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองมหาสารคาม เนื่องจากผลคะแนนของผู้สมัครบางคนมีความคลาดเคลื่อนซึ่งกกต.เขตได้ตรวจสอบรายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งแล้วพบว่ามีผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลท่าสองคอน ไม่ได้นำมารวมเป็นคะแนนแก่ผู้สมัคร ตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องแล้วได้มีการดำเนินการแก้ไขป้ายรวมคะแนนหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งให้รับทราบ ซึ่งกรณีนี้กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นเหตุให้ต้องสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องซึ่งเป็นไปตามมาตรา 124 ของพ.ร.ป.สส.
สำหรับจ.ปทุมธานี ปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งมีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น แต่กระบวนการในการนับคะแนน โดยรอบแรกน้องๆ นักศึกษาได้ทักท้วงคัดค้านว่าการนับคะแนนไม่สามารถสังเกตการนับคะแนนได้ชัดเจนเนื่องจากนับในบริเวณอาคาร เมื่อกกต.จังหวัด และกกต.เขตรับทราบก็มีการสั่งให้นับคะแนนใหม่โดยแต่งตั้งกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยน้องๆนักศึกษาดำเนินการนับคะแนน ซึ่งต้องขอย้ำว่าทั้ง 2 รอบนี้ไม่ทำให้ผลการนับคะแนนเปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่การสั่งให้นับคะแนนใหม่นั้นเป็นอำนาจของกกต.ใหญ่ ดังนั้นกกต.จึงอาศัยมาตรา 124 แห่งพ.ร.ป.สส. สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ นอกเขต ของเขตเลือกตั้งที่ 7 บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย
ส่วน จ.ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 นั้น หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนแล้วมีมวลชนบางส่วนได้เข้ามาสังเกตการณ์บริเวณสถานที่ยุบรวมหีบบัตร ซึ่งเป็นสถานที่บริเวณโรงยิมของเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ย้ำว่าขนาดนั้นเป็นขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตร หลังแต่ละหน่วยนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้วและส่งผลการนับคะแนนพร้อมหีบบัตรเลือกตั้งมาส่งยังสถานที่ที่กกต.เขตกำหนดเมื่อตรวจรับทุกอย่างครบถ้วนแล้วกระบวนการต่อไปก็เป็น กระบวนการที่กกตเขตจะต้องยุบรวมหีบบัตร จะมีการตัดสายรัดนำเอกสาร ถุงบรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนแล้วมารวมกัน ให้ได้มากที่สุดในแต่ละหีบเพื่อให้เหลือจำนวนหีบที่น้อยที่สุด รวมถึงคัดแยกเอกสารต่างๆ เพื่อรวบรวมทุกอย่างนำไปส่งผอ.กกต.จังหวัด
แต่เกิดเหตุไม่เข้าใจกันขึ้น มวลชนไปรวมตัวกันที่สถานที่ยุบรวมหีบบัตรแล้วเสนอขอให้มีการสั่งนับคะแนนใหม่ การสั่งนักคะแนนใหม่เป็นไปได้ 2 กรณีเท่านั้น ดังนั้นกรณีนี้เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายกกต.จึงมอบให้ นายครรชิต รองเลขากกต.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่ามีกระบวนการอย่างไร
ด้านนายครรชิต กล่าวว่า จากการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอนับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้งสส.เขต 1 จังหวัดชลบุรี ตามที่มีผู้ชุมนุม แต่มีผู้ยื่นคำร้องเพียง 10 ราย มี 3 ประเด็นที่ได้ตั้งเอาไว้ มีผู้มาให้ถ้อยคำ 6 คน ซึ่งทั้ง 6 คนให้ถ้อยคำว่าไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ประเด็นแรก 1.เรื่องไฟดับในที่ลงคะแนนเลือกตั้ง มีการอ้างคลิปมี ไฟดับแล้วยังมีพัดลมหมุน แต่ไปที่ทราบแล้วว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดที่จังหวัดชลบุรีแต่เกิดที่จังหวัดนนทบุรี
กกต.ได้ตรวจสอบกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าแขตเลือกตั้งที่ 1 มีไฟฟ้าดับหรือไม่ ได้รับการยืนยันว่ามีไฟฟ้าดับ 4 หน่วย คือหน่วย 36, 37, 38, 39 ตำบลแสนสุข ดับไป 40 นาที แต่หน่วยที่ 37, 38, 39 นับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ได้รับผลกระทบ มีเพียงหน่วย 36 ที่นับคะแนนไม่เสร็จและกปน.ได้หยุดนับคะแนน รอไฟฟ้ากลับมา 40 นาทีแล้วนับใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีผู้ทักท้วง
ประเด็นที่ 2 จำนวนผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้องตรงกัน ตรงนี้ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุ ว่าหน่วยไหนเพียงแต่บอกว่ามีหน่วยที่ 11 ถึง 15 กรรมการรวบรวมผลคะแนนบวกคะแนนช้าใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง จึงไปสอบสวนทั้งหน่วยที่ 11 ถึง 15 ใช้เวลาใกล้เคียงกันไม่มีอะไรผิดปกติและออกจากหน่วยประมาณ 20:00 น ไปถึงที่ส่งหีบบัตรประมาณเที่ยงคืน ไม่มีเหตุผิดปกติ
ประเด็นที่ 3 การนับคะแนน อ่านบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุว่าจุดไหน ได้ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 160 กว่าหน่วยไม่มีการทักท้วงการนับคะแนน ดังนั้นถือ ว่าการนับคะแนนถูกต้องแล้ว
นอกจากนี้กกต.ยังให้คณะตรวจสอบไปตรวจสอบเพิ่มเติมกรณีที่ปรากฏตามสื่อต่างๆว่าบัตรเลือกตั้งทำไมไม่มีการใช้สายรัด และมีบัญชีแบบปิดคะแนนไปอยู่ในถังขยะ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 เมื่อส่งหีบบัตรเดิมจะไปส่งที่ศาลาประชาคมแต่เนื่องจากศาลาประชาคมที่เคยใช้ในครั้งก่อนพื้นที่แคบไม่สะดวก ทาง ผอ.เขตและกกต.เขตจึงไปขอใช้โรงยิมสนามแบดมินตันของเทศบาล ซึ่งเป็นจุดที่รถเข้าออก สะดวกและจัดยุบรวมหีบบัตรที่นั่น เจตนาก็เพื่อความสะดวกจากนั้นจะขนไปที่ศาลา ประชาคมเพื่อจัดการให้เรียบร้อยก่อนส่งไปที่โกดังที่สำนักงานกกต.ชลบุรีเช่าอยู่ซึ่งทุกเขตจะไปรวมกันที่นั่น แต่ระหว่างที่ยุบรวมหีบบัตร
จากการตรวจตามรถสีแดงที่บรรทุกรถมีบัตรไปศาลาประชาคม ก็ดำเนินการไปแล้ว 90% อีก 10% เอกสารต่างๆ ยังกองอยู่ที่สนามแบดมินตัน ซึ่ง 2 จุดนี้ห่างกัน 500 เมตร แต่ระหว่างที่กำลังจะขนย้ายปรากฏว่า มีมวลชนเข้าไปตรวจสอบจำนวนมากจึงไม่สามารถเคลื่อนรถมาได้ มวลชนเข้าไปในสนาม พบกองเอกสารที่ยังจัดเก็บไม่เรียบร้อยประมาณ 10% อ้างว่าเก็บมาจากถังขยะ ซึ่งในโรงยิมไม่มีถังขยะ มีแต่กรองเอกสารที่เตรียมจะเคลียร์อยู่ 10% ซึ่งย้ำว่าเป็นเอกสารที่ไม่ได้ทิ้ง
ส่วนกรณีมีข้อสงสัยว่าทำไมไม่ใช้สายรัดตามที่เรียนมาแล้วว่าจากโรงยิมไปถึงศาลาประชาคมประมาณ 500 เมตร เหตุที่ไม่ใช้สายรัดและทำกล่องไม่เรียบร้อยเนื่องจากผอ. เขตหรือกกต.เขตขอใช้พื้นที่เทศบาลตรงนี้ถึงวันที่ 9 ก.พ. แล้วเทศบาลมาเร่งรัดว่าต้องเคลียร์ให้เสร็จภายในวันที่ 9 ก.พ. เพราะจะใช้งานวันที่ 10 ก.พ.จึงต้องรีบเอาออกจากตรงนี้ก่อนโดยตั้งใจจะไปใช้ที่ศาลาประชาคม
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า ยังไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีเขตเลือกตั้งที่ 1 มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องจึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 124 แห่งพรปสส. ประกอบกับข้อ 223 ของระเบียบกกตว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส เห็นควรยุติเรื่อง
#กกต
#ลงคะแนนใหม่3หน่วยเลือกตั้ง
ข่าวทั้งหมด