ชาวบังคลาเทศ แห่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมทำประชามติวันนี้ หลังล้มล้างฮาสินา อดีตนายกฯ

12 กุมภาพันธ์ 2569, 11:46น.


          ภายหลังการลุกฮือขับไล่นางเชค ฮาสินา อดีตนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนาน ออกจากตำแหน่ง วันนี้ ประชาชนชาวบังกลาเทศเข้าแถวรอหน้าคูหาเลือกตั้ง เพื่อลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ



           ในวันเลือกตั้ง มีการระดมกำลังทหารกว่า 100,000 นาย จากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบ 200,000 นาย ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ในกรุงธากา ซึ่งเป็นเมืองหลวง ประชาชนได้มาเข้าแถวรอหน้าคูหาเลือกตั้งก่อนที่จะเปิดให้ลงคะแนนในเวลา 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (08.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) เจ้าหน้าที่คณะกรรมการเลือกตั้งระบุว่า คูหาเลือกตั้งจะปิดในเวลา 16.30 น. (17.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) โดยจะเริ่มนับคะแนนทันทีหลังจากนั้น และคาดว่าจะทราบแนวโน้มคะแนนเบื้องต้นในช่วงเที่ยงคืน ส่วนผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการน่าจะชัดเจนภายในเช้าวันศุกร์



          จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้มีเกือบ 128 ล้านคน โดยเป็นสตรีร้อยละ 49 อย่างไรก็ตาม มีผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นสตรีเพียง 83 รายเท่านั้น



          สำหรับผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสองรายหลักคือ นายตาริก ราห์มาน (Tarique Rahman) จากพรรคบีเอ็นพี และ นายชาฟิกูร์ ราห์มาน (Shafiqur Rahman) ผู้นำพรรคมุสลิมจามาต-อี-อิสลามี ซึ่งทั้งคู่ไม่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกันแต่อย่างใด



          นักวิเคราะห์ระบุว่า ผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงในการบริหารประเทศที่มีประชากร 175 ล้านคนแห่งนี้ เนื่องจากการประท้วงต่อต้านนางฮาสินาที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตได้จุดชนวนความวุ่นวายติดต่อกันหลายเดือน และกระทบต่ออุตสาหกรรมหลัก ซึ่งรวมถึงภาคการผลิตเครื่องนุ่งห่มของบังกลาเทศที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก นอกจากนี้ยังนับเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของโลกที่เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติโดยกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 30 ปี หรือ เจนซี ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในประเทศเนปาล ในเดือนหน้า



          การชิงชัยในครั้งนี้เป็นการแข่งขันระหว่างสองกลุ่มพันธมิตรหลักที่นำโดยอดีตพันธมิตรอย่างพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (Bangladesh Nationalist Party) หรือ บีเอ็นพี และพรรคมุสลิมจามาต-อี-อิสลามี (Jamaat-e-Islami) โดยผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่าพรรคบีเอ็นพีมีคะแนนนิยมนำอยู่เล็กน้อย พรรคอวามีลีก (Awami League) ของนางฮาสินา ถูกสั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง ขณะที่ตัวนางฮาสินายังคงลี้ภัยอยู่ในประเทศอินเดีย



         สิ่งที่แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ  คือการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครมากกว่า 2,000 ราย ซึ่งรวมถึงผู้สมัครอิสระจำนวนมาก ที่ร่วมชิงชัยใน 300 ที่นั่งของสภาแห่งชาติ โดยมีพรรคการเมืองเข้าร่วมแข่งขันรวมอย่างน้อย 50 พรรค ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของประเทศ



          ศาสตราจารย์ มูฮัมหมัด ยูนุส (Muhammad Yunus) เจ้าของรางวัลโนเบลและหัวหน้ารัฐบาลรักษาการที่เข้ารับหน้าที่หลังการขับไล่นางฮาสินา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงคะแนนตามวงรอบปกติ แต่เป็นการสะท้อนถึงเจตจำนงของประชาชนที่ตื่นตัวขึ้นเพื่อต่อต้านความโกรธแค้น ความเหลื่อมล้ำ การถูกทอดทิ้ง และความไม่ยุติธรรมที่สะสมมานาน โดยแสดงออกผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ



          นอกจากเลือกตั้งแล้ว บังคลาเทศ ยังมีการลงประชามติเกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญหลายประการ อาทิ การจัดตั้งรัฐบาลรักษาการที่เป็นกลางในช่วงเลือกตั้ง การปรับโครงสร้างรัฐสภาเป็นระบบสองสภา การเพิ่มสัดส่วนตัวแทนสตรี การเสริมสร้างความเป็นอิสระของตุลาการ และการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ไม่เกินสองสมัย



         แม้จะมีผู้สมัครจำนวนมากและคาดการณ์ว่าจะมีการแข่งขันที่สูสี แต่ช่วงการหาเสียงที่ผ่านมาเป็นไปอย่างสงบโดยส่วนใหญ่ ยกเว้นเหตุการณ์ความวุ่นวายเพียงเล็กน้อยบางประการ นายโทมัส คีน (Thomas Kean) ที่ปรึกษาอาวุโสจากกลุ่มวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ (International Crisis Group) ให้ความเห็นว่าบททดสอบสำคัญสำหรับบังกลาเทศในตอนนี้คือการทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างยุติธรรมและเป็นกลาง รวมถึงการที่ทุกฝ่ายจะยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่งหากสิ่งนี้เกิดขึ้นจะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าบังกลาเทศได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการฟื้นฟูประชาธิปไตยอย่างแท้จริง



 



#เลือกตั้งบังคลาเทศ



#ประชามติ

ข่าวทั้งหมด

X