นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย(ภท.)กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงทิศทางการตั้งรัฐบาลว่า ในปัจจุบันยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)นับคะแนนได้แล้ว 95% จึงอยากให้รอให้เกิดความชัดเจนทั้งหมดก่อน จึงจะเริ่มหารือ เพราะฉะนั้นอะไรก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.และกรรมการบริหารพรรค
เมื่อถามว่า มองว่าความเหมาะสมของพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งน้อยยิ่งดีหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น แต่ต้องดูว่าอะไรที่จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในการทำงานต่อ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และมองว่าตัวเลขที่เหมาะสมอยู่ที่ใกล้เคียงจำนวน 300 เก้าอี้
เมื่อถามว่า คำว่าเสถียรภาพนอกจากตัวเลขจำเป็นต้องดูที่รายชื่อของพรรคการเมืองด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น มองว่าไม่ใช่ข้อจำกัด เพราะสุดท้ายแล้วเราต้องม่ดูเรื่องของนโยบายในการหาเสียงที่ผ่านมา ของแต่ละพรรคเป็นอย่างไร และมีนโยบายที่ขัดแย้งกับพรรค ภท.หรือไม่ หากไม่ขัดแย้งเราก็จะคุยและหารือกัน
เมื่อถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะนานหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่าขึ้นอยู่กับว่า กกต.จะรับรองส.ส.เขตให้เกิดความเรียบร้อย และหลังจากนั้นหัวหน้าพรรค ภท.จะเป็นผู้เจรจา
เมื่อถามว่า มีความกังวลอะไรหรือไม่ เนื่องจากบางพื้นที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนที่นับใหม่อาจจะเกิดความผิดพลาดภายในหน่วย ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับกรรมการประจำหน่วย หรือกองเชียร์ที่ยังไม่มั่นใจ ก็อาจจะมีการเรียกร้องให้นับใหม่ มองไม่เป็นเรื่องปกติ ซึ่งก็ต้องทำให้เคลียร์
เมื่อถามว่า ส.ส.พื้นที่ภาคใต้เป็นไปตามเป้าหรือไม่นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นไปตามเป้าหมาย 31 เก้าอี้ ซึ่งเราพยายามอย่างเต็มที่ แต่ก็มีบางส่วนที่น่าเสียดาย แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามสถิติ เนื่องจากคนที่เป็นสส.เดิมหายไปทั้งหมด 8 คน แต่ก็มีส.ส.หน้าใหม่มาชดเชยในส่วนที่ขาด
เมื่อถามถึงกรณีที่คนภาคใต้ลงประชามติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพิพัฒน์กล่าวว่า การลงประชามติขอให้แก้ประมาณ 19 ล้านคน ส่วนที่ไม่แก้ประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องแก้
ข่าวทั้งหมด