คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติตามที่สำนักงาน กกต.เสนอ ส่งให้ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัครสส.จะพรรคการเมืองต่างๆ อีก 28 ราย เนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์ เพราะไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยไม่ได้แจ้งเหตุแห่งการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 35 (2) พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 ขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักงานฯ เร่งยกร่างคำวินิจฉัยก่อนที่จะให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา
ตามกฎหมาย หากยื่นต่อศาลฎีกาแล้ว ศาลฯ มีคำสั่งถอนชื่อไม่ทันวันเลือกตั้ง ก็จะยังคงถือว่าทั้ง 28 คน เป็นผู้สมัคร ซึ่งถ้าได้รับเลือกตั้งมาเข้า กกต.ก็จะไม่ประกาศรับรองผล และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่
จากกรณีดังกล่าว กกต.เตรียมพิจารณาเอาผิดผู้สมัคร ฐานรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิ์สมัครแต่ยังลงสมัครตามมาตรา 151 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปีปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปี ขณะที่หัวหน้าพรรคก็ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ที่เซ็นรับรองการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งตามมาตรา 56 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรค การเมือง 2560 มีโทษตามมาตรา 120 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี
ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกา มีคำสั่งถอนรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต 7 ราย ใน 7 จังหวัด เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย โดย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า คำสั่งศาลฎีกาเป็นไปตาม มาตรา 52 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.หลังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตตรวจพบผู้สมัคร สส.มีคุณสมบัติต้องห้าม โดยผู้สมัคร สส.ที่ถูกถอนชื่อประกอบด้วย พรรคกล้าธรรม 3 ราย (นครราชสีมา ชัยภูมิ ภูเก็ต) พรรคเพื่อไทย 2 ราย จากราชบุรี นครศรีธรรมราช พรรคประชาชน 1 ราย (ตาก) พรรคพลังประชารัฐ 1 ราย (ระยอง)
#เลือกตั้ง69
ข่าวทั้งหมด