นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องประกันสังคม ว่า เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวว่าเป็นอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ตนไม่เคยได้รับรายงานเลยว่ามีปัญหาอะไร มีปัญหาอะไรร้ายแรงเช่นนั้นหรือไม่ ซึ่งทุกคนยืนยันว่าข้อมูลไม่ได้เป็นไปตามที่มีการเสนอข่าว มีข้อเสนอแนะเป็นการดำเนินการในหน่วยงาน เสียอย่างเดียวที่ทำให้คนนั้นคิดว่าเป็นหน่วยงานที่ขึ้นกับรัฐบาล เพราะเลขาธิการเป็นข้าราชการประจำ ซึ่งในการดำเนินการนั้นขึ้นอยู่กับคณะกรรมการและไตรภาคีที่มี 3 ฝ่าย ไม่มีใครสั่งได้อยู่แล้ว
ด้านพรรคประชาชนนำเรื่องนี้มาใช้หาเสียงในการโจมตีรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทราบกันโดยทั่วไปอยู่แล้วว่าบอร์ดประกันสังคมมีอยู่ฝ่ายหนึ่ง ที่เข้ามาจากการสนับสนุนของกลุ่มพวกนี้ และจริงๆ ก็อยู่มา 2 ปีแล้ว และค่อนข้างจะมีพลังพอสมควรด้วย โดยการดำเนินการก็ขึ้นอยู่กับบอร์ด และเรื่องนี้จริงๆ ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล รัฐบาลไม่เคยไปก้าวก่าย
นายอนุทิน เผยต่อไป แต่อย่าไปกล่าวหาไปกล่าวหามา ไม่มีประโยชน์ เพราะเราลงโทษกันเองไม่ได้ บ้านเมืองมีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว คนไหนผิดไปตรงนั้น ถ้าข้าราชการทำผิดก็ไป ป.ป.ช. ซึ่งคนที่ผิดก็ไม่เคยเห็นรอดสักราย
การปรับเงินสมทบ ทำผู้ประกันตนบางกลุ่มต้องจ่ายเพิ่มสูงสุด 875 บาทต่อเดือน สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ออกมาชี้แจงว่า ประเด็นดังกล่าว ไม่ใช่การปรับขึ้นอัตราเงินสมทบ แต่เป็นการ ปรับฐานเงินเดือนสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบ ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน ซึ่งฐานดังกล่าวไม่ได้มีการปรับมานานหลายสิบปี
โดยการปรับครั้งนี้จะส่งผลต่อ ผู้ประกันตนที่มีรายได้ในระดับเพดานเท่านั้น ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยกว่าฐานดังกล่าว จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่อย่างใด ทั้งนี้ ตัวเลข 875 บาทต่อเดือน เป็นจำนวนสูงสุดที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีที่คำนวณจากฐานรายได้ใหม่เต็มเพดาน
อย่างไรก็ตาม สปส. ระบุว่า การดำเนินการใด ๆ จะต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และยังอยู่ระหว่างการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือความตื่นตระหนกในสังคม
ข่าวทั้งหมด