กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนคุมกำเนิดในช้างป่าซึ่งนับเป็นครั้งแรกในไทย เพื่อสร้างสมดุลการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้าง นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า พื้นที่ป่าภาคตะวันออก ประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 334 ตัวในปี 2558 เป็น 799 ตัวในปี 2568 (เพิ่ม 8.2% ต่อปี) ทำให้ช้างออกมาหากินในพื้นที่ชุมชนมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ป่าและอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิต 141 ราย บาดเจ็บ 170 ราย และทรัพย์สินพืชผลเกษตรเสียหายในพื้นที่กว่า 100 ตำบล 6 จังหวัด
วัคซีนคุมกำเนิดไม่ใช่การทำหมัน ไม่ใช่การผ่าตัด และไม่ทำร้ายช้างแต่อย่างใด วัคซีนจะสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายช้างเพศเมีย ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไข่ ไม่ให้อสุจิเข้าไปปฏิสนธิจนตั้งท้องได้ ใช้ได้นาน 7 ปี หลังจากนั้นหากไม่ฉีดเสริมช้างก็จะตั้งท้องได้ตามปกติ
วัคซีนผ่านการทดลองในช้างแอฟริกาและช้างเลี้ยงไทย 7 เชือกแล้ว ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ไม่ส่งผลต่อช้างที่ตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ไม่ทำให้เกิดอาการอักเสบ ไม่กระทบพฤติกรรมการกิน การพักผ่อน หรือความสัมพันธ์ในฝูง ช้างจะมีชีวิตปกติสุขเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่ไม่ตั้งท้องชั่วคราว
ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ร่วมกันดำเนินปฏิบัติการฉีดวัคซีนให้แก่ช้างป่าเพศเมียโตเต็มวัยจำนวน 3 ตัว จากโขลงทั้งหมด 12 ตัว ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว โดยเริ่มภารกิจเมื่อเวลา 21.00 น. ซึ่งใช้วิธีการยิงวัคซีนด้วยปืนอัดลมโดยไม่ต้องวางยาสลบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งตัวช้างและเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังช่วยให้ช้างสามารถใช้ชีวิตอยู่กับฝูงได้ตามปกติตลอดช่วงเวลาปฏิบัติงาน จนกระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจในเวลา 22.00 น.
ทั้งนี้ ทีมงานจะยังคงติดตามสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง 48 ชั่วโมง พร้อมทั้งวางแผนเก็บตัวอย่างเลือดและมูลเพื่อตรวจระดับภูมิคุ้มกันทุก 6-8 เดือน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 7 ปี
การควบคุมจำนวนประชากรด้วยวัคซีนที่มีความปลอดภัย จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้ช้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีทรัพยากรที่เพียงพอ และลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้า นี่คือการอนุรักษ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตในระยะยาว เพื่อให้คนและช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง
#คุมกำเนิดช้างป่า
#วัคซีนคุมกำเนิด
ข่าวทั้งหมด