หลังพายุฤดูหนาวซัดถล่มภูมิภาคผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ส่งผลทำให้สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 44 เซนต์ ปิดที่ 60.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 29 เซนต์ ปิดที่ 65.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
บริษัทผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ สูญเสียกำลังผลิตสูงสุดราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 15% ในกำลังผลิตของประเทศ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ หลังพายุฤดูหนาวซัดถล่มทั่วประเทศ ก่อความตึงเครียดแก่โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกในวันจันทร์(26ม.ค.) โดยเอสแอนด์พี 500 และ แนสแดค ปรับขึ้น 4 วันติด นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการบริษัทยักษ์ใหญ่ และการอัพเดทนโยบายดอกเบี้ย ณ ที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ในช่วงกลางสัปดาห์ ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 313.69 จุด (0.64 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 49,412.40 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 34.62 จุด (0.50 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,950.23 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 100.11 จุด (0.43 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,601.36 จุด
นักลงทุนยังจับตาไปยังที่ประชุมเฟด ในวันอังคาร(27ม.ค) และวันพุธ(28ม.ค.) ขณะที่พวกนักลงทุนคาดหมายว่ามีโอกาสถึง 97% ที่ธนาคารกลางแห่งนี้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม และจะจับตาเงื่อนงำสำหรับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
ส่วนราคาทองคำขยับขึ้นเหนือ 5,100 ดอลลาร์ ช่วงหนึ่งของการซื้อขาย หลังสร้างประวัติศาสตร์ทะลุ 5,000 ดอลลาร์ ก่อนแกว่งตัวลงมาเล็กน้อย ในวันจันทร์(26ม.ค.) นักลงทุนเสาะหาสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองทั่วโลก โดยราคาทองคำโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 2.10 % ปิดที่ 5,082.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สภาทองคำโลกระบุในรายงานล่าสุดว่า ดีมานด์ทองคำในแง่มูลค่า เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2024 ทำสถิติใหม่ที่ 146 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ปีที่แล้ว
#พายุหิมะ
#น้ำมันทอง
ข่าวทั้งหมด