กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ 'ส้มโอเวียงแก่น' ผลไม้เด่นแห่งลุ่มน้ำงาว เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 9 ของจังหวัดเชียงราย ทำให้ขยับเป็นจังหวัดที่มีสินค้า GI มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เผยมี 3 สายพันธุ์ ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์ มั่นใจหลังขึ้นทะเบียน จะยกระดับมูลค่าทางการตลาด สร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มรายได้ให้ชุมชนมากขึ้น 
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ คือ ส้มโอเวียงแก่น ผลไม้เด่นแห่งลุ่มน้ำงาว เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 9 ของจังหวัดเชียงราย ต่อจากกาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง สับปะรดนางแล สับปะรดภูแลเชียงราย ชาเชียงราย ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย ข้าวก่ำล้านนา (ร่วมกับจังหวัดในภาคเหนืออีก 7 จังหวัด) และเครื่องเคลือบเวียงกาหลง โดยมั่นใจว่าจะช่วยยกระดับมูลค่าทางการตลาด เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และสนับสนุนการสร้างรายได้แก่เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
การขึ้นทะเบียน GI ส้มโอเวียงแก่นครั้งนี้ ส่งให้จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีสินค้า GI มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมาที่มีสินค้า GI 11 รายการ สะท้อนถึงทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนาน ตลอดจนศักยภาพของคนในพื้นที่ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง โดยสินค้า GI ทั้ง 8 รายการก่อนหน้านี้ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเข้าสู่จังหวัดกว่า 300 ล้านบาทต่อปี

สำหรับส้มโอเวียงแก่น ปลูกในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ครอบคลุม 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลม่วงยาย ตำบลหล่ายงาว ตำบลปอ และตำบลท่าข้าม โดยมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขา และมีแม่น้ำงาวไหลผ่านทุกตำบล ดินจึงเป็นดินตะกอนแม่น้ำที่อุดมด้วยอินทรียวัตถุ ระบายน้ำดี และมีค่าความเป็นกรด–ด่างเหมาะสม ประกอบกับสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก ส่งผลให้ส้มโอเวียงแก่นมีคุณภาพโดดเด่นทั้งด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และความสดฉ่ำ เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

โดยส้มโอเวียงแก่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI มีทั้งหมด 3 พันธุ์ ได้แก่ 1.พันธุ์ขาวใหญ่ มีผลทรงรี น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 1.2–2.5 กิโลกรัม เปลือกสีเขียวอมเหลือง เนื้อแน่นกรอบ ฉ่ำน้ำ มีสีขาวอมเหลืองอ่อน รสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีความซ่า ฝาดและขมเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์ 2.พันธุ์ทองดี มีผลทรงกลมแป้น น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 1–2 กิโลกรัม เปลือกสีเหลือง เนื้อนิ่ม ฉ่ำน้ำ มีสีชมพูอ่อน รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีความขมและซ่าเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์ และ 3.พันธุ์เซลเลอร์ มีผลทรงกลม น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 0.8–2.0 กิโลกรัม เปลือกสีเขียวอ่อน เนื้อกรอบ มีสีแดงทับทิม รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีความซ่าเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์
ปัจจุบันมีผู้ผลิตส้มโอเวียงแก่นในจังหวัดเชียงราย 1,383 ครัวเรือน มีผลผลิตเฉลี่ยราว 25,130 ตันต่อปี สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 100 ล้านบาทต่อปี โดยเป็นมูลค่าการส่งออกประมาณ 50 ล้านบาทต่อปี มีจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญ
#ส้มโอเวียงแก่น
#สินค้าGIเชียงราย
Cr:กรมทรัพย์สินทางปัญญา
ข่าวทั้งหมด