ในสัปดาห์หน้า เริ่มต้นการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 19-23 ม.ค. ภายใต้หัวข้อ "A Spirit of Dialogue"เพื่อหารือกันเกี่ยวกับนโยบายและพัฒนาการที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของโลก โดยจะมีผู้เข้าร่วมการประชุมหลายพันคนจากทั่วโลก ซึ่งเป็นบุคคลระดับผู้นำทางการเมือง ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะนำคณะเจ้าหน้าที่สหรัฐที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เข้าร่วมการประชุม ซึ่งรวมถึงนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง นายโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ นายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ นายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของปธน.ทรัมป์ และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของปธน.ทรัมป์
นายบอร์เก บรันเด ประธาน WEF กล่าวว่า ผู้นำจากกลุ่มประเทศ G7 จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เช่นเดียวกับประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประธานาธิบดีอาห์หมัด อัล-ชาราอา ผู้นำซีเรีย และผู้นำคนอื่น ๆ โดยคาดว่าจะมีประมุขแห่งรัฐหรือหัวหน้ารัฐบาลเข้าร่วมทั้งหมด 64 คน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด และอาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมยังได้แก่ นายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ นางเอ็นโกซี โอโคนโจ-อิเวอาลา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก รวมถึงผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น นายเจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia และนายสัตยา นาเดลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไมโครซอฟท์
นายบรันเดกล่าวว่า ผู้บริหารระดับซีอีโอและประธานกรรมการของบริษัทชั้นนำของโลกจำนวน 850 คน จะเป็นส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คน จาก 130 ประเทศ ที่คาดว่าจะเดินทางเข้าร่วมการประชุมในปีนี้
สำหรับประเทศไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จะนำคณะทีมไทยแลนด์ ประกอบด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วย เลขาธิการบีโอไอ และผู้บริหารภาคเอกชน อาทิ บริษัท เอสซีจี ปตท. เครือเจริญโภคภัณฑ์ ไทยเบฟเวอเรจ บางจาก ธนาคารกรุงเทพ บิทคับ และกสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เข้าร่วมประชุม
การเข้าร่วมการประชุม WEF ของไทยจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยให้กับผู้มีอำนาจตัดสินใจโดยตรง พร้อมขยายเครือข่ายพันธมิตรทางเศรษฐกิจสู่โอกาสการลงทุนที่เป็นรูปธรรม และปูทางสู่การที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในเดือนต.ค.2569 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการประชุมมากกว่า 10,000 คน
สำหรับการประชุม WEF ในครั้งนี้ นายเอกนิติ รองนายกฯ ของไทย จะเข้าร่วมบรรยายในเวทีสำคัญ เช่น "New Pathways for ASEAN Growth and Productivity" และ "Whats Ahead for the Global Economy" นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการหารือแบบ One-on-One กับรัฐมนตรีเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ผู้บริหาร IMF และธนาคารโลก และผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัลและเทคโนโลยี AI เพื่อขยายความร่วมมือ และดึงดูดการลงทุนคุณภาพจากทั่วโลก
#WEF
ข่าวทั้งหมด