การหาเสียงเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า อยากสื่อไปถึงพรรคการเมือง ว่าในการหาเสียงขอให้การหาเสียงโดยนโยบาย หรือในเชิงบริหาร และเชิญชวนให้ประชาชนออกมาเลือกพรรคของตัวเอง การหาเสียงที่ผิดกฎหมายไม่เกิดประโยชน์และเกิดโทษกับท่านเอง เช่น การหาเสียงใส่ร้าย และการข่มขู่ ขณะนี้มีคนมาร้องเรียนแล้ว ซึ่ง กกต. กำลังดำเนินการอยู่
การหาเสียงที่ดุเดือด กกต. จะมีมาตรการป้องกันอย่างไร นายณรงค์ กล่าวว่า เมื่อวานคนได้ ประชุมกับผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศโดยให้นโยบายไว้ว่า ต้องทำงานเชิงรุก กฎหมายให้อำนาจ กกต. อยู่แล้ว ในการสอดส่องดูแลการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความสุจริต ซึ่งคงจะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะเป็นหน้าที่อยู่แล้ว
เบื้องต้นก็ได้มีการตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งมีทุกจังหวัด จังหวัดละ 6-8 คน โดยทำหน้าที่ติดตามข่าวในเรื่องการหาเสียง ว่ามีการหาเสียงที่รุนแรงหรือผิดกฎหมายหรือไม่ มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง นอกจากนี้สำนักงานก็ได้มีการแต่งตั้งตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ คิดว่าจะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ในการที่ให้หน่วยงานนอกช่วยสอดส่องดูแล
ในการจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้ง กกต. มีบุคลากรแค่ประมาณ 2,000 คน นอกนั้นจะเป็นเครือข่ายที่มาช่วยจัดการเลือกตั้ง ซึ่งหลักๆก็คือ กปน. ที่เข้ามาช่วยการเลือกตั้ง ซึ่งทางสำนักงานได้พยายามอบรมให้ความรู้ในการจัดการเลือกตั้งกับ กปน.ทั่วประเทศ โดยในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ใช้จำนวนคนเช้ามาดูแลประมาณ 1,500,000 คน ซึ่งมีจำนวนมหาศาล โดย กกต.อยากให้ความรู้ทุกเรื่อง ซึ่งถ้าเป็น กปน.ที่เคยทำมาแล้วก็ไม่ห่วง แต่ถ้าเป็น กปน.หน้าใหม่ก็พยายามกำชับว่าให้ฝึกอบรมการจัดการเลือกตั้งให้ถูกต้อง” นายณรงค์ กล่าว
ด้าน ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า สำนักงาน กกต.ได้มีการประชุมร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยในเรื่องการทำลายป้ายของผู้สมัครหาเสียง ว่าขณะนี้มีการทำลายป้ายหาเสียงทั่วประเทศประมาณ 60 ป้าย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิด ซึ่งได้มีการจับกุมบางรายแล้ว โดยพบว่าเป็นผู้เสียสติ สำหรับผู้ที่จงใจทำร้ายป้ายขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนอยู่ ซึ่งทาง กกต.จะได้มีการประสานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
ลักษณะของการทำลายป้ายหาเสียง ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่า เป็นลักษณะถูกฉีกขาดเสียหายเป็นรู บางป้ายก็ล้ม โดยลักษณะดังกล่าวกระจายไปทั่วประเทศมีทุกพื้นที่ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ทราบในทุกเคส
กรณีกลุ่มผู้สมัครทำลายป้ายคณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ในกรณีที่มีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งที่มีโทษทางอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการตาม ป.วิอาญาได้ทันที และรายงานมาที่สำนักง กกต.เพื่อให้ กกต.มีมติว่าจะรับโอนคดีหรือไม่ ถ้าไม่รับโอนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีอำนาจดำเนินการไปจนสิ้นสุด แต่ถ้า กกต.รับโอนคดีก็จะทำในเรื่องของใบเหลือง-ใบแดง ซึ่งความผิดเกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียงจะเป็นเรื่องคดีทางอาญา เป็นเรื่องการทำให้เสียทรัพย์ ยกเว้นจะมีข้อมูลอื่นที่บ่งบอกให้เห็นถึงการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต เที่ยงธรรม เป็นการกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ส่วนเรื่องการทำโพล หัวหน้าพรรคบางพรรคได้กล่าวหาว่า มีการปั่น เพื่อชี้นำการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่าเรื่องทำโพลเป็นเรื่องของหลักวิชาการ สามารถทำและเผยแพร่ได้ก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผลของการทำโพลมีวัตถุประสงค์ทางการเมือง ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ผลประโยชน์หรือไม่ ถ้าโพลนั้นเป็นการจูงใจโดยไม่อยู่ในหลักวิชาการ อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เราต้องการให้การเลือกตั้งออกมาดี ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ
1.การเลือกตั้งที่เป็นธรรม ซึ่งเรื่องของผลโพลก็อยู่ในส่วนนี้ ไม่ใช่คำโพลเพื่อดึงใจคน ที่จะถือว่าเป็นการหลอกลวง เพราะมีเจตนาพิเศษ
2 สร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่ดี แต่ถ้ามีคนไปใช้คำหยาบหรือด่าทอ ไม่ใช่การแข่งขันที่ดีตามหลักประชาธิปไตย ส่วนจะผิดกฏหมายหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราไม่ได้ทิ้งอยู่แล้ว แต่บรรยากาศแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น และ
3 คือการบริหารจัดการที่ดี โดย กกต. ซึ่งถ้ามาพร้อมกันทั้ง 3 ส่วนนี้ ก็จะทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ ซึ่งกกต. ก็จะดูแลทั้ง 3 ส่วนให้ออกมาดีที่สุด
#เลือกตั้ง69
ข่าวทั้งหมด