ความตึงเครียดสหรัฐกับอิหร่าน ส่งผลทำให้ ราคาน้ำมันขยับขึ้นในวันพุธ(14ม.ค.) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 87 เซนต์ ปิดที่ 62.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 1.05 ดอลลาร์ ปิดที่ 66.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ บอกในช่วงบ่ายวันพุธ(14ม.ค.) ว่ายอดผู้เสียชีวิตในเหตุอิหร่านปราบปรามนองเลือดผู้ประท้วงทั่วประเทศค่อยๆเบาลงแล้ว และเชื่อว่าปัจจุบัน อิหร่านไม่มีสังหารชีวิตหมู่จำนวนมาก แต่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ ยังคงอยู่ในระดับสูง อิหร่านเตือนบรรดาพันธมิตรของสหรัฐฯในตะวันออกกลางว่าจะโจมตีฐานทัพอเมริกาในแผ่นดินของพวกเขา ถ้าถูกสหรัฐฯโจมตี กระตุ้นให้ทางวอชิงตันได้ถอนบุคลากรออกจากฐานทัพหลักๆในภูมิภาค ส่วนหนึ่งในมาตรการป้องกันไว้ก่อน
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันพุธ(14ม.ค.) ตามแรงฉุดของหุ้นกลุ่มธนาคาร จากรายงานผลประกอบการรายไตรมาสที่ผสมผสานเมื่อเร็วๆนี้ ดาวโจนส์ ลดลง 42.36 จุด (0.09 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 49,149.63 เอสแอนด์พี ลดลง 37.14 จุด (0.53 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,926.60 จุด แนสแดค ลดลง 238.12 จุด (1.00 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,471.75 จุด
ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มการเงิน รวมไปถึงธนาคารต่างๆ พุ่งขึ้นมาอย่างแรงในปี 2025 ก่อนร่วงลงในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต ซึ่งทางบรรดาผู้บริหารของเจพีมอร์แกน เตือยว่ามันจะทำให้การบริโภคหยุดชะงักและส่งผลกระทบต่อกำไรของภาคการเงิน
ส่วนราคาทองคำในวันพุธ(14ม.ค.) ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกรอบ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ผลักนักลงทุนเข้าถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ โดยราคาทองคำ งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 0.80 % ปิดที่ 4,635.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ข่าวทั้งหมด