หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำ นโยบาย นำบ้านเมืองกลับมาเป็นบ้านเมืองสุจริต

วันนี้, 15:18น.


           นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งผู้สมัคร สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 33 คน ร่วมพูดคุยเรื่องนโยบายกับประชาชน ตอนหนึ่งระบุว่า ไม่รู้ว่าวันที่ 8 ก.พ.จะเป็นอย่างไรแต่ 2 เดือนที่เราทำงานอย่างหนัก อย่างน้อยก็ไม่มองข้ามพรรคประชาธิปัตย์อีกต่อไป นอกจากจะไม่มองข้ามแล้ว ประชาธิปัตย์ยังเป็นคนกำหนดเส้นทางและทิศทางของบ้านเมือง เพราะคนอึดอัดและทนความตกต่ำของการเมืองไทย จากปัญหาทุจริตคอรัปชั่นจากทุนเทา ซึ่งตนพูดตั้งแต่ตนกลับเข้ามา ว่าครั้งนี้ถ้ามีสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงได้ ขอให้เรากลับมาทำให้บ้านเมืองเรา เป็นบ้านเมืองที่สุจริต เพราะถ้าบ้านเมืองไม่สุจริตก็ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น นายกรณ์ จาติกวณิช 1 ในแคนดิเดต นายกฯ ระบุว่า ทุนเทาอยู่ ทุนดีไม่มา คนหากินลำบากต่างประเทศมองไทยไม่เหมือนเดิมจากที่เคยเป็นศูนย์กลางเรื่องต่างๆ ก็กลายเป็นประเทศที่มีศูนย์ Call Center สแกมอยู่รอบๆ แล้วเอาเงินเข้ามาฟอกผ่านระบบการเงินไทย แบบนี้เราอยู่ไม่ได้



          นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคการเมืองอื่นถ้าซื้อสส.ไปก็อย่ามาพูดเรื่องสุจริต อย่ามาพูดเรื่องปราบทุจริต อย่ามาพูดเรื่องการปราบทุนเทา ดังนั้น0จึงบอกว่า คราวนี้เราต้องสู้ เราต้องตัดวงจรตรงนี้   รวมทั้งยังได้ยกตัวอย่างชั้น 14 ซุบซิบนินทากันอยู่ 2 ปี จนกระทั่งวันหนึ่งอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นให้ตรวจสอบจนถึงที่สุด ก็ได้กระบวนการยุติธรรมกลับคืนมา หลายคนว่าวิจารณ์ศาลไม่ควรมายุ่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถ้าเป็นประเทศอื่นจริงๆ เรื่องพวกนี้ไม่ควรจะถึงศาลด้วยซ้ำ



          ส่วนการด้อยค่าสถาบันที่เป็นหลักของชาติเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ แต่ตนก็จะไม่ยอมให้เอาเรื่องละเอียดอ่อนของบ้านเมืองมาเล่นการเมือง เพื่อสร้างความแตกแยกอีกต่อไป มาตรา 112 ถามว่า กี่รัฐบาลที่ลงไปแก้ปัญหาจริงๆ รัฐบาลตนเป็นรัฐบาลที่พูดเรื่องการบังคับใช้มาตรา 112 แต่ในชีวิตตนยังไม่เห็นมีใครมาบอกว่า ตนไม่จงรักภักดี สมัยตนจึงมีการตั้งคณะรัฐบาลกลั่นกรองคดี 112 เพราะรู้ว่า ตำรวจ อัยการถูกกดดัน เราจึงให้มีผู้เชี่ยวชาญมาดูกฎหมายให้ แต่วันนี้การสร้างความแตกแยกต่างจากทุกครั้งจริงๆ เพราะรู้ว่า มีคนรักสถาบันเยอะ อยากจะปกป้องสถาบันเยอะ ก็ยอมรับไม่ได้เหมือนจะเอาเป็นเงื่อนไขข้ออ้างทางการเมืองอย่างเดียวอย่าง เมื่อใดที่พรรคการเมืองแสดงตัวความผูกขาดความรักสถาบัน ทั้งนักการเมืองรวมทั้งตนมีคนชอบและมีคนเกลียด มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สถาบันหลักของชาติต้องอยู่เหนือการเมืองและความรู้สึกของมนุษย์



          นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า เราจะฝากความไว้เนื้อเชื่อใจพรรคการเมืองหนึ่งเพียงเพราะจะไม่เอาอีกพรรคการเมืองหรือไม่ ถ้ากลัวว่าเลือกประชาธิปัตย์แล้ววันนี้อาจจะยังไม่มาที่ 1 ซึ่งมันก็ยังไม่แน่ เพราะถ้าเลือกประชาธิปัตย์เป็นกอบเป็นกำ เราจะทำให้รัฐบาล ไม่ว่าฝ่ายไหนเป็นรัฐบาล แล้วเอาเราไปร่วมจะต้องเป็นรัฐบาลที่เอาจริงกับการปราบทุนเทา สแกมเมอร์ ทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ถ้าไม่เอาจริง เราก็ไม่อยู่ด้วย



 



#เลือกตั้ง69

ข่าวทั้งหมด

X