มาครงกล่าวหาสหรัฐฯหันหลังให้พันธมิตร เรียกร้องเคารพกฎระเบียบระหว่างประเทศ

09 มกราคม 2569, 11:51น.


          ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวว่า สหรัฐอเมริกากำลังหันหลังจากพันธมิตรและละทิ้งกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ



          คำกล่าวของประธานาธิบดีฝรั่งเศสในครั้งนี้มีขึ้นในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ประจำปีต่อที่ประชุมเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ที่ทำเนียบเอลีเซ นับเป็นการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างรุนแรงที่สุดเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ โจมตีและจับกุมนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 มกราคม (2569) ซึ่งประธานาธิบดีมาครงกล่าวว่า เป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยชัดเจน ผิดต่อกฎระเบียบระหว่างประเทศที่สหรัฐฯเป็นผู้ส่งเสริมมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังประกาศผนวกดินแดนกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก ทั้งยังประกาศเป้าหมายยึดแคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ซึ่งประธานาธิบดีมาครง เตือนว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังหันหลังให้กับพันธมิตร และดำเนินนโยบายโดยไม่คำนึงถึงระเบียบโลก



          ประธานาธิบดีมาครงกล่าวด้วยว่า เรากำลังอยู่ในลัทธิล่าอาณานิคม และจักรวรรดินิยมรูปแบบใหม่ เพราะในเวลาเดียวกันนี้ จีนยังมีความก้าวร้าวทางการค้าเพิ่มมากขึ้น ส่วนรัสเซียคือมหาอำนาจที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคง จากการทำสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อมาเกือบสี่ปีแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง



          อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีมาครงไม่ได้เรียกร้องให้ตัดความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ แต่เรียกร้องให้นักการทูตไม่เป็นเพียง “ผู้เฝ้ามอง" โดยขอให้ลงมือทำงานเพื่อป้องกัน ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะให้การสนับสนุนสหประชาชาติอย่างเต็มที่ เนื่องจากผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดกลับไม่เชื่อมั่นในองค์กรนี้อีกต่อไปแล้ว



          เมื่อวันพุธ (7 ม.ค.69) ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามในบันทึกความเข้าใจให้ถอนตัวออกจากองค์กรและสนธิสัญญาระดับโลก 66 ฉบับ ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับสหประชาชาติ โดยระบุว่าขัดต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา ที่มีนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน ทั้งเป็นภาระต่อภาษีของประเทศ



...



#ฝรั่งเศส



#ทรัมป์

ข่าวทั้งหมด

X