กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยปี 2568 คำขอจดทะเบียนในไทย พุ่งสูงกว่า 75,000 คำขอ

09 มกราคม 2569, 08:15น.


          กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยปี 2568 คำขอจดทะเบียนในไทย พุ่งสูงกว่า 75,000 คำขอ สะท้อนบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญา หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่



          นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยสถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์) ในไทย ประจำปี 2568 สูงถึง 75,381 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.11% เมื่อเทียบกับปี 2567 (69,089 คำขอ) โดยกรมรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ทั้งสิ้น 61,536 รายการ เพิ่มขึ้น 17.56% เมื่อเทียบกับปี 2567 (52,345 รายการ) สะท้อนความตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ประกอบการยุคใหม่ และพร้อมต่อยอดการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยรายละเอียดการยื่นคำขอจดทะเบียนและแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา จำแนกตามประเภทต่างๆ ดังนี้



1) เครื่องหมายการค้า มีการยื่นคำขอ 55,668 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.51% เมื่อเทียบกับปี 2567 (51,303 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 75% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 25% สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่



     1 บริการด้านการขายและการตลาด 7,208 คำขอ สะท้อนกระแสช็อปปิ้งออนไลน์ที่ยังมาแรงต่อเนื่อง



     2 ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 7,132 คำขอ



     3 เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 6,243 คำขอ



     4 ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย 6,171 คำขอ



     5 ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย 4,336 คำขอ



          โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้า คนไทย 51% และต่างชาติ 49% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่



     1 บริษัท ป๊อป มาร์ท (สิงคโปร์) โฮลดิ้ง พีทีอี.แอลทีดี 302 คำขอ สะท้อนกระแสความนิยมของสินค้าอาร์ตทอย ที่ยังคงมาแรงต่อเนื่องในไทย



     2 บริษัทเอ็มซี โอ (ไอพี) โฮลดิ้งส์ ลิมิเต็ด (อังกฤษ) 130 คำขอ โดยเน้นกลุ่มสินค้าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์



     3 บริษัท เดอะ เกรท ไอเดีย จำกัด (ไทย) 108 คำขอ ในกลุ่มสินค้างานกราฟฟิค



     4 บริษัท คอสมี่ จำกัด (ไทย) 103 คำขอ ในกลุ่มสินค้าเครื่องมือแพทย์



     5 บริษัทเอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเมนท์ โค.,แอลทีดี (เกาหลีใต้) 78 คำขอ ซึ่งเป็นค่ายยักษ์ใหญ่ผู้บุกเบิกวงการเคป็อป และแบรนด์คอนเสิร์ตระดับโลกที่นำมาจัดทำเป็นสินค้าคาแรคเตอร์ในรูปแบบต่างๆ



          ตัวเลขการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในปี 2568 อยู่ที่ 40,063 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 36.19% เมื่อเทียบกับปี 2567 (29,418 เครื่องหมาย)



          ด้วยธุรกิจการจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยังคงมาแรงและเติบโตต่อเนื่อง กรมจึงเดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการออนไลน์ ผ่านบริการ Fast Track Plus+ รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบเร่งด่วน ในสาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยจะทราบผลการพิจารณาครั้งแรกภายใน 4 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอ ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจได้ก่อนใคร ใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าได้เร็วขึ้น และเดินหน้าขยายธุรกิจได้อย่างไร้รอยต่อ



2) สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีการยื่นคำขอ 8,386 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.86% เมื่อเทียบกับปี 2567 (8,153 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 83% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 17% สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่



     1 ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ 565 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นหนึ่งในสาขานวัตกรรมสำคัญ



     2 ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ 221 คำขอ สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น



     3 วัสดุเหล็กกล้า เช่น เหล็กกล้าที่มีความแข็งแกร่งสูงระดับพิเศษ เหล็กกล้าทนการสึกหรอ เหล็กกล้าทนความร้อน และเหล็กกล้าสำหรับงานโครงสร้างที่ต้องรับแรงสูง 196 คำขอ



     4 แอนติบอดีและยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ 181 คำขอ



     5 แบตเตอรี่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น แบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง และระบบกักเก็บพลังงาน 137 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คนไทย 11% และต่างชาติ 89%



          สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่



     1 บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด (สหรัฐอเมริกา) 211 คำขอ



     2 บริษัทเจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น (ญี่ปุ่น) 199 คำขอ



     3 บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา (ญี่ปุ่น) 197 คำขอ



     4 บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น (ญี่ปุ่น) 166 คำขอ



     5 บริษัท โนเกีย เทคโนโลยี โอวาย (ฟินแลนด์) 98 คำขอ



          ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ในปี 2568 อยู่ที่ 5,497 ฉบับ เพิ่มขึ้น 2.42% เมื่อเทียบกับปี 2567 (5,367 ฉบับ)



          ในโลกยุคปัจจุบันนวัตกรรมและงานวิจัยด้านดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กรมจึงขยายบริการ Fast Track Plus+ รับจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์เร่งด่วน ในสาขานวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งประกอบด้วย นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ นวัตกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะ นวัตกรรมด้านการสื่อสาร นวัตกรรมด้านการบริการดิจิทัล และนวัตกรรมด้านเซมิคอนดัคเตอร์ โดยผู้ประกอบการจะทราบผลการพิจารณาสุดท้ายภายใน 12 เดือน นับจากวันที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things : IoT) บล็อกเชน การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) และเทคโนโลยีคลาวด์ มาเพิ่มประสิทธิภาพระบบงาน กระบวนการผลิต และบริการดิจิทัล ให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน



3) อนุสิทธิบัตร ในปี 2568 มีการยื่นคำขอ 4,944 คำขอ เพิ่มขึ้น 16.14% เมื่อเทียบกับปี 2567 (4,257 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 74% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 26% สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองอนุสิทธิบัตรมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่



     1 อาหารและเครื่องดื่ม 621 คำขอ ยังครองอันดับ 1 แบบทิ้งห่าง



     2 ยาสมุนไพร 315 คำขอ สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์



     3 ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย 96 คำขอ



     4 วิธีการตรวจสอบหรือวิเคราะห์วัสดุทางเคมีหรือทางกายภาพ 92 คำขอ



     5 ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น สารกำจัดศัตรูพืช กำจัดแมลง เป็นต้น 85 คำขอ



          โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คนไทย 91% และต่างชาติ 9% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่



     1 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 155 คำขอ



     2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 131 คำขอเท่ากัน



     4 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 107 คำขอ



     5 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 96 คำขอ



          ตัวเลขการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ในปี 2568 อยู่ที่ 2,136 ฉบับ เพิ่มขึ้น 4.71% เมื่อเทียบกับปี 2567 (2,040 ฉบับ)



          ในส่วนของอนุสิทธิบัตร กรมก็ได้ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเช่นเดียวกับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ผ่านบริการ Fast Track Plus+ โดยผู้ประกอบการจะทราบผลการพิจารณาสุดท้ายภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ



4) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในปี 2568 มีการยื่นคำขอ 6,383 คำขอ เพิ่มขึ้น 18.74% เมื่อเทียบกับปี 2567 (5,376 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 68% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 36% สำหรับแบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่



     1 ลวดลายผ้า 963 คำขอ ซึ่งผู้ยื่นคำขอส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยถึงกว่า 90%



     2 ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ 603 คำขอ



     3 บรรจุภัณฑ์ 549 คำขอ



     4 เครื่องประดับ 466 คำขอ



     5 เฟอร์นิเจอร์ 346 คำขอ



          สัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คนไทย 64% และต่างชาติ 36% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่



     1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 344 คำขอ



     2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 213 คำขอ



     3 มหาวิทยาลัยศิลปากร 175 คำขอ



     4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 147 คำขอ



     5) บริษัทอาร์เอช ยูเอส, แอลแอลซี (สหรัฐอเมริกา) 66 คำขอ



          ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในปี 2568 อยู่ที่ 5,217 ฉบับ เพิ่มขึ้น 57.79% เมื่อเทียบกับปี 2567 (3,306 ฉบับ) ทั้งนี้ กรมได้ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ในระดับสูงให้ได้รับความคุ้มครองอย่างทันท่วงที ผ่านบริการ Fast Track Plus+ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ สาขาชิ้นส่วนยานยนต์โดยผู้ประกอบการจะทราบผลการพิจารณาสุดท้ายภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ เพื่อผลักดันนวัตกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ



5) ลิขสิทธิ์ ปี 2568 กรมรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 8,623 ผลงาน โดยลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะช่วยเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น จากสถิติในปี 2568 มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 96% และรูปแบบกระดาษ 4% สำหรับผลงานลิขสิทธิ์ที่กรมรับแจ้งข้อมูลมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่



     1 วรรณกรรม (งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์) 2,819 ผลงาน



     2 ศิลปกรรม (จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ฯลฯ) 2,806 ผลงาน



     3 ดนตรีกรรม 1,879 ผลงาน



     4 โสตทัศนวัสดุ 733 ผลงาน



     5 สิ่งบันทึกเสียง 238 ผลงาน



          มีสัดส่วนการรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ของคนไทย 99% และต่างชาติ 1% ซึ่ง 5 อันดับแรก ได้แก่



     1 มหาวิทยาลัยมหิดล 339 ผลงาน



     2 มหาวิทยาลัยขอนแก่น 286 ผลงาน



     3 บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด 177 ผลงาน



     4 บริษัท โอเพ่นดูเรียน จำกัด 109 ผลงาน



     5 บริษัท ธรา แอนด์ ธาดา กรุ๊ป จำกัด 100 ผลงาน



           นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 กรมมุ่งมั่นพัฒนางานบริการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานสากล และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริการเร่งรัดการจดทะเบียน Fast Track Plus+ ในสาขาที่ภาคอุตสาหกรรมไทยมีศักยภาพและตอบโจทย์บริบทการค้าในยุคปัจจุบัน ตลอดจนนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับงานบริการประชาชนรูปแบบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการยิ่งขึ้น ซึ่งผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือขอรับคำปรึกษาด้านการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาได้ที่ ศูนย์บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาแบบครบวงจร (IP One) ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โทรสายด่วน 1368 หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th และ Line Official Account: @dipthailand





...



#กรมทรัพย์สินทางปัญญา



 

ข่าวทั้งหมด

X