ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ หรือ CDC เผยแพร่คำแนะนำวัคซีนป้องกันโรคสำหรับเด็ก 11 ชนิด ส่วนวัคซีนที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มไม่แนะนำให้ฉีดโดยทั่วไป ได้แก่ไข้หวัดใหญ่โรตาไวรัส ตับอักเสบเอ ตับอักเสบ บี เยื่อหุ้มสมองอักเสบบางชนิด หรือ RSV โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง หรือเมื่อผู้ปกครองและแพทย์เห็นว่ามีความจำเป็นเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามข้อเรียกร้องของ นายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและบริการของมนุษย์ ที่เห็นว่าจะช่วยให้ครอบครัวสามารถเข้าถึงวัคซีนได้ตามที่ต้องการ และบริษัทประกันภัยจะยังคงจ่ายค่ารักษาพยาบาลต่อไป แม้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จะโต้แย้งว่า เป็นการสร้างความสับสนให้กับผู้ปกครอง
อย่างไรก็ตาม รัฐต่างๆ ยังมีอำนาจในการกำหนดชนิดของวัคซีนสำหรับเด็กและการเปลี่ยนแปลงนี้ยังเกิดขึ้นในขณะที่อัตราการฉีดวัคซีนในสหรัฐฯลดลงขณะที่อัตราการเกิดโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่นโรคหัดและโรคไอกรน ก็เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ
เมื่อเดือนธันวาคม (2568) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้กระทรวงฯ ทบทวนคำแนะนำวัคซีนสำหรับเด็ก โดยเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ซึ่งจากการเปรียบเทียบกับ 20 ประเทศ พบว่าสหรัฐฯ เป็น ประเทศที่มีความแตกต่างจากประเทศอื่น ทั้งในด้านจำนวนวัคซีนและจำนวนโดส กระทรวงฯ จึงออกคำแนะนำเฉพาะวัคซีนที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ดร. ฌอน โอ'เลียรี จากสมาคมกุมารแพทย์แห่งอเมริกา กล่าวว่า ประเทศต่างๆ พิจารณาคำแนะนำเกี่ยวกับวัคซีนโดยอ้างอิงจากระดับการแพร่ระบาดของโรคในประชากรและระบบสาธารณสุขของตน ซึ่งหมายความว่า เราไม่สามารถคัดลอกนโยบายสาธารณสุขของประเทศอื่น เพราะจะทำให้สุขภาพและชีวิตของเด็ก ๆ กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างแท้จริง
....
#วัคซีนสำหรับเด็ก
#สหรัฐอเมริกา